เซียวจื่อเซวียนได้สติกลับมา รีบกล่าว “พี่เหยียน ข้าก็อยากจะเรียน!”
“คัมภีร์กระบี่ของหอฟังเสียงฝน ไปเปิดดูเอง”
เซียวเหยียนกลอกตามองเขา “รอจนดูไม่เข้าใจค่อยมาถามข้า”
“ขอรับ!”
เซียวจื่อเซวียนได้ยินดังนั้น ก็พลันยิ้มแก้มปริ กล่าวลากับเซียวเหยียนแล้วก็วิ่งจากไปอย่างดีใจ
ส่วนหลิวรั่วซีกลับยังคงจ้องมองริมสระ เหม่อลอยไปเล็กน้อย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลายวันต่อมา เซียวเหยียนก็ยังคงอ่านหนังสืออยู่ที่หอฟังเสียงฝน บางครั้งก็จะเหม่อลอยคิดอะไรอยู่ในสวน
ส่วนหลิวรั่วซี เซียวเหยียนไม่ได้รีบร้อนสอนเพลงกระบี่ของหอฟังเสียงฝนให้นาง แต่ให้นางฝึกกระบี่อยู่ในสวนด้วยตนเอง เขาบางครั้งก็ชี้แนะ ชี้จุดบกพร่องเดิมในเพลงกระบี่ของนาง ทำให้ระดับเพลงกระบี่ของนางค่อยๆ เดินออกจากความสมบูรณ์แบบ ก้าวไปสู่ระดับขั้นเทวะ
ในสวน
เซียวเหยียนไพล่มือไว้ข้างหลัง มองดูต้นไม้แห้งเหี่ยวที่โกร๋นต้นหนึ่ง
เยว่ชิงเหอเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าอีกฝั่งหนึ่งของต้นไม้ มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังฝึกกระบี่อยู่ แววตาของนางก็สั่นไหวเล็กน้อย
หลายวันนี้มานางได้ยินมาว่า หญิงสาวคนนั้นคือองครักษ์กระบี่ของเซียวเหยียน ธิดาของปรมาจารย์ แต่ว่า สถานะธิดาของปรมาจา