ไม้ร่วงในปลายฤดูใบไม้ร่วงใบสุดท้ายลงไป
เงาร่างหนึ่งกลับวิ่งมาในสวน คือเซียวจื่อเซวียน
เขามาถึงข้างกายเซียวเหยียน หอบหายใจกล่าว “พี่เหยียน รั่วซีมาหาท่าน”
“รั่วซี?”
“ก็คือหลิวรั่วซีไงขอรับ คนที่ก่อนหน้านี้พวกเราไปเมืองปีกครามด้วยกัน” เซียวจื่อเซวียนรีบกล่าว
เซียวเหยียนนึกขึ้นมาได้ กล่าว “มาหาข้าด้วยเรื่องอะไร?”
“นางบอกว่าพ่อของนางตกลงแล้ว นางอยากจะมาเรียนเพลงกระบี่กับท่าน” เซียวจื่อเซวียนกล่าวทันที
เซียวเหยียนนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“พี่เหยียน ท่านตกลงหรือไม่ ตกลงแล้วข้าจะไปเรียกนางมา” เซียวจื่อเซวียนถาม เขามาเพื่อวิ่งธุระให้
เซียวเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง กล่าว “ก็ได้”
ในเมื่อดื้อรั้นถึงเพียงนี้ เขาก็ไม่สะดวกที่จะปฏิเสธอีกแล้ว
“ได้เลยขอรับ”
เซียวจื่อเซวียนยิ้มแห้งๆ กล่าว “นางอยู่ที่นอกจวน ข้าจะรีบไปพานางมา”
เซียวเหยียนพยักหน้า
รอจนเขาฝนหมึกวาดภาพเสร็จ เซียวจื่อเซวียนก็นำหลิวรั่วซีที่รูปร่างอรชรหน้าตางดงามเดินเข้ามา หญิงสาวผู้นี้ในอ้อมแขนอุ้มกระบี่ไว้ ศีรษะไม่ได้กวาดตามองไปรอบๆ อย่างกว้างขวาง เพียงแค่ดวงตาซ้ายขวากวาดมองเบาๆ สำรวจจวนขุนพลเทวะที่ผู้คนนับไม่ถ้วนอิจฉาปรารถนาแห่ง