ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพียงแต่ในใจก็นับวันอย่างเงียบๆ สำหรับวันที่นั้นจะมาถึง เขาก็คาดหวังอย่างยิ่ง
เมื่อผ่านข้างสะพานที่คึกคักแห่งหนึ่ง เซียวเหยียนก็เห็นมีคนเล่นหมากอยู่ที่นี่ จึงเข้าไปดูสองสามที อย่างไรเสียตอนนี้กลับไปก็ดึกแล้ว ก็ไม่รีบแล้ว
“อย่าเบียดสิ!”
“เด็กน้อยเจ้าเบียดอะไร?”
ผู้ที่มีเวลาว่างมาดูหมากและเล่นหมากเช่นนี้ ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นวัยกลางคนถึงสูงวัย ข้างในนอกจากเซียวเหยียนแล้ว ก็มีเพียงชายหนุ่มอายุสามสิบต้นๆ สองคน
รอจนเบียดไปถึงหน้ากระดานหมาก กลับเห็นว่าหมากเพิ่งจะเล่นถึงกลางกระดาน และผลแพ้ชนะก็ตัดสินแล้ว
เซียวเหยียนมองดูแวบหนึ่ง ก็รู้ได้ทันทีว่าหมากขาวกำลังจะแพ้แล้ว ถึงแม้หมากขาวจะสร้างกระบวนท่าเป็นมังกร แต่หัวหางกลับถูกล้อม ไม่มีทางถอย เว้นแต่ หมากขาวจะมีความกล้าที่จะหมุนตัวบิดหัว กัดแขนหมากดำข้างหนึ่ง ถึงจะมีโอกาสชนะอยู่หลายส่วน แต่การที่สามารถถูกบีบคั้นล้อมสังหารจนเป็นเช่นนี้ได้ เห็นได้ชัดว่าได้แสดงความขลาดกลัวออกมานานแล้ว ย่อมไม่มีทางที่จะมีความกล้าหาญเช่นนั้นได้
เซียวเหยียนส่ายหน้าเล็กน้อย มองไปยังผู้ที่ถือหมากดำ
อีกฝ่ายคือชายชราที่ใบหน้าแดงระเรื่อ ผมและเคราขาวโพลน ณ เวลานี้ใบหน