ถึงโม่ซางจะใช้พรสวรรค์ธาตุความมืดซ่อนตัวก็ไม่ส่งผลกระทบกับเขาเลยสักนิด
แต่เป็นเรื่องยากที่โม่ซางจะหาตัวฉู่โม่วพบ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งสองเปรียบเหมือนแสงสว่างและความมืดโดยฉู่โม่วเป็นฝ่ายได้เปรียบ
เขาสามารถซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดและใช้โอกาสนี้จับตาดูโม่ซางได้ หากพบข้อบกพร่องของอีกฝ่าย ก็สามารถโจมตีเพื่อให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ หรือบางทีอาจจะสังหารอีกฝ่ายได้เลยด้วยซ้ำ!
แม้ว่าจะไม่มีโอกาสทำเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ยังอยากเห็นว่าสมบัติชิ้นนั้นคืออะไรอยู่ดี
หากมีโอกาสก็เป็นเรื่องดีที่จะคว้ามาไว้ในมือ
เมื่อคิดแล้วก็ต้องลงมือทำ
ชายหนุ่มบินตรงไปยังทิศทางของลำแสงนั้นทันที
ด้วยวิชาชั่วลัดนิ้วมือ ฉู่โม่วก็เดินทางได้หลายกิโลเมตรภายในก้าวเดียวและหายลับขอบฟ้าไป
ในไม่ช้า…
เขาก็มาถึงที่หมาย
เมื่อมองไกลออกไปก็เห็นผู้ปลุกพลังมากมายมารวมตัวกันใกล้ลำแสงสว่างจ้านั้น
ในหมู่ผู้ปลุกพลังเหล่านั้นมีทั้งเผ่ามนุษย์และเผ่ามนุษย์วิหค
หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายมาที่นี่ก็ไม่ได้เกิดการต่อสู้ขึ้นในทันที ต่างฝ่ายต่างก็รักษาระยะห่างเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายได้นำหน้าไปก่อน
ในขณะเดียวกัน
จุดศูนย์กลางคือลำแสงนั้น
ฉู่โม่วเองก็หันไปสนใจมันเช่นกัน เขาเห็นว่าลำแสงนั้นไม่ใช่พลังงานบริสุทธิ์และเหมือนว่าจะมีสมบัติถูกผนึกอยู่ข้างใน แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะแสงประกายที่บดบังอยู่
‘เนตรทองคำแห่งธาตุทั้งห้า!’
ชายหนุ่มแอบใช้กระบวนท่า