ามว่าความสามารถทั้งสองของมันถูกยับยั้งไว้อย่างสมบูรณ์
แล้วจะไม่ให้มันตื่นตระหนกได้อย่างไร?!
ขณะที่หมอกทมิฬกำลังเริ่มตื่นตระหนกและหวั่นเกรง ฉู่โม่วกลับไม่ได้หยุดเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ขณะเดียวกัน ก็โจมตีด้วยแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนออกไปยังร่างของเงาดำขั้นเทวะยุทธ์อีกครั้ง
แม้บุคคลนี้จะเคยทรงพลังในอดีต ทว่าปัจจุบันไม่มีกายเนื้อ ได้แต่อาศัยเพียงพลังของหมอกทมิฬและพลังวิญญาณเท่านั้น
ทำให้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน หมอกทมิฬจำนวนมากถูกพัดหายออกไปจากร่าง รวมถึงความแข็งแกร่งของเงาดำที่ค่อย ๆ ถดถอยลงเช่นกัน เพียงพริบตา พลังของมันก็ลดลงถึงขั้นเทียมเทพแล้ว
พร้อมกันนั้น
ฉู่โม่วก็ได้เสกเปลวไฟสีขาวขึ้นและกวาดออกไป เพื่อใช้โจมตีร่วมกับกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน
เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีผสานเช่นนี้ สมุนเงาดำก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด มันพยายามดิ้นรนอย่างกระเสือกกระสนเพื่อดับไฟบนร่างกายทว่าก็ไร้ผล
หลังจากนั้น
เสียงโหยหวนแห่งความเจ็บปวดค่อย ๆ เบาลงและเงียบหายไปในที่สุด
ในเวลานี้ หมอกทมิฬบนร่างของเงาดำได้สลายไปหมดแล้ว ซึ่งหมายความว่าชีวิตของเขากำลังสิ้นสุดลง ในช่วงเวลาสุดท้ายนี้ สติสัมปชัญญะของเขากลับคืนมา ไม่ปรากฏความเจ็บปวดบนใบหน้าของเขาอีกต่อไป และกลับดูมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ
เขาถูกควบคุมโดยต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬมาเป็นเวลาช้านาน และผ่านความเจ็บปวดทุกข์ทรมานมามากแล้ว
สำ