น
พลังอันไร้ขอบเขตของห้วงมิติได้กระจายออกมา พร้อมกลุ่มหมอกทมิฬหนาอันแปลกประหลาด มันรีบเคลื่อนไหวรอบตำหนักลับอย่างลนลานเพื่อหาทางออก
เมื่อเห็นเช่นนั้น
ชายหนุ่มจึงตั้งใจจะโจมตีสกัดกั้น แต่ทันใดนั้น ก็ปรากฏลำแสงเจิดจ้าพุ่งออกมาจากตำหนักลับ พร้อมเปล่งพลังอันลึกลับราวกับจะสามารถกวาดล้างทุกสิ่งที่กำลังหลบหนีได้
กำแพงตำหนักลับพลันปะทุแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา พร้อมกับอักขระลึกลับที่เปล่งแสงระยิบระยับ ก่อนจะมีคลื่นพลังอันรุนแรงไหลบ่าออกมาสกัดกั้นการหลบหนีของหมอกทมิฬ
เมื่อใดที่มีหมอกทมิฬถูกพลังนั้นสัมผัสก็จะส่งเสียงเผาไหม้และสลายไปทันที
“อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก!”
“ให้ตายเถอะ เจ้าบ้าซวนหยวน แม้จะตายไปแล้ว ก็ยังทำตัวน่ารำคาญอีกเหรอ!”
เสียงสบถเสียดหูดังออกมาจากกลุ่มหมอกทมิฬ ทำให้แก้วหูของฉู่โม่วบาดเจ็บทันที กระทั่งปฐมวิญญาณก็เริ่มสั่นสะท้าน
“เอ๊ะ?”
“มีมนุษย์อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?!”
ในขณะนั้น
ร่างที่อยู่ในกลุ่มควันสีดำก็ตรวจพบฉู่โม่ว ก่อนจะตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของชายหนุ่ม อีกฝ่ายก็ถึงกับน้ำลายไหล “เจ้าหนู กล้ามากที่เข้ามาที่นี่!”
“ดีเลย ฉันจะได้หนีออกจากที่นี่ด้วยกายเนื้อของแกซะ!”
หลังจากกล่าวจบ
หมอกทมิฬก็พวยพุ่งไปทางฉู่โม่ว!
เพียงพริบตา
เงาดำจำนวนมากได้ถูกสร้างขึ้น บางตนมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ บางตนมีรูปร่างเหมือนสัตว์อสูร ทั้งหมดล้วนมีกลิ่นอายอันป่าเถื่อนและเต็มไปด้วยพลังวิญญาณชั่ว