ายเช่นกัน แต่มีบางคนที่คลั่งไคล้เฟยเหลียนได้เข้ามาทักทายซึ่งหน้าอย่างเคารพ
มีหลายคนที่ได้ขอฝากตัวเป็นผู้ติดตามของเฟยเหลียนซึ่งมากมายจนสามารถสร้างเป็นกองกำลังส่วนตัวได้เลย
“พวกคุณไม่จำเป็นต้องสุภาพเกินไป!”
เฟยเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงกังวาน พลางก้มรับน้ำใจ
ในเวลาต่อมา
เขาตรงมาหามหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นและโค้งคำนับอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน “ผู้น้อยขอคารวะท่านมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋น!”
“ยินดีต้อนรับ ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็ได้โปรดรออีกสักครู่!”
“ชายชราผงกศีรษะและพูดด้วยรอยยิ้ม”
“ระ… รอใครอีกเหรอครับ?”
เฟยเหลียนรู้สึกงุนงง ก่อนจะมองไปยังคนอื่น ๆ และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผมก็เห็นเทียมเทพอู๋หยาและเทียมเทพพั่วซานมาถึงแล้ว รวมทั้งตัวผมด้วย หรือว่ายังมีอัจฉริยะอีกคนกำลังมา? แต่เขาสำคัญมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้อารมณ์
แต่เมื่อผู้คนได้ฟังก็พลันเงียบทันที
ตามมาด้วยรอยยิ้มของทุกคนที่จางหายไป
ก่อนมาถึงที่นี่ พวกเขาได้อ่านรายชื่อผู้เข้าร่วมของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่จะเข้าสู่เขตแดนลับกลืนดาราในครั้งนี้
และคนเดียวที่ยังมาไม่ถึงนั่นก็คือ
ฉู่โม่ว!
เป็นชื่อที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน ทว่าเมื่อมันถูกสลักไว้เป็นอันดับที่หนึ่งบนศิลาต้นกำเนิด ก็กลายเป็นชื่อที่รู้จักไปทั่วจักรวาลทันที!
ว่ากันตามเหตุผลแล้ว
อัจฉริยะหน้าใหม่อย่างชายหนุ่มก็เป็นส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นกัน จึงไม่แปลกที่เหล่าอัจฉริยะคนอื่น ๆ จะให้ค