วามประหลาดใจและอุทานออกมา
เว่ยซิงเองก็ตะลึงงันและหันไปมอง
เมื่อมองผ่านรัศมีกระบี่นับไม่ถ้วน เขาก็เห็นผู้ปลุกพลังหนุ่มนั่งอยู่ในกระแสรัศมีกระบี่ราง ๆ เขากำลังหลับตาฝึกฝนและปล่อยให้รัศมีกระบี่ฟันตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ
“นั่น… คุณฉู่เหรอ?!”
ใบหน้าของเขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง
หลังจากนั้น
เว่ยซิงก็มองดูให้ดี และพบว่าชายหนุ่มคนนั้นคือฉู่โม่วอย่างแน่นอน ทำให้เขาตกตะลึง
“สมแล้วที่เป็นคุณฉู่ เขาแข็งแกร่งจริง ๆ!”
“ถ้าเป็นฉันก็คงไม่กล้าดึงพลังปราณกระบี่เข้าไปมากขนาดนั้นแน่ แค่ไม่ระวังนิดเดียวก็ทำให้ฉันบาดเจ็บหนักได้แล้ว แต่เขาก็ยังฝึกฝนอยู่ข้างในได้อย่างปลอดภัย บางทีนั่นคงเป็นเหตุผลที่ฉันไม่ใช่ผู้มีสุดยอดพรสวรรค์!”
เขาแสดงความชื่นชมออกมาและเข้าใจในพละกำลังของชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น
เว้นแต่เว่ยซิง
ตอนนี้เทวะยุทธ์หลายคนเองก็เห็นว่าภาพนี้มาจากฉู่โม่ว พวกเขาต่างก็ตกตะลึงและชื่นชมอีกฝ่ายอยู่ในใจ
…
ตอนนี้ …ข้างในกระแสพลังปราณกระบี่
พลังปราณกระบี่ที่ฟันลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง และในแดนกระบี่นี้ ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเขตแดนที่ไร้ที่สิ้นสุด
ฉู่โม่วยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น เพราะดูดซับเจตจำนงกระบี่เข้าไปมากเกิน จนแขนขาและกระดูกทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยรัศมีกระบี่ ซึ่งรัศมีกระบี่บริสุทธิ์มากมายก็ถูกใช้โดยกระบวนท่าหลอมกายาเก้าชั้นฟ้า เมื่อพลังปราณถูกนำทางไป พวกมันก็ถูกร่างกายนี้ดูดซับเข้าไป และผสานเข้ากับกล้ามเนื้อแ