งนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะครอบคลุมทุกอย่างได้
โดยเฉพาะข้างนอกเมืองที่มีขอบเขตกว้างเกินไป ทำให้ผู้ปลุกพลังมากมายต้องเสียชีวิตหากไม่ระวังตัว
แต่
สำหรับฉู่โม่วแล้ว มันไม่ส่งผลกับเขาเลยสักนิด
หากหัวขโมยพวกนั้นไม่มายุ่งกับเขาก็ไม่เป็นไร แต่หากเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะไม่ปล่อยคนคนนั้นไปแน่นอน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนนั้น
เช้าตรู่วันต่อมา ฉู่โม่วก็ออกเดินทางจากเมืองใหญ่ไปยังภูเขาเมฆาคลั่ง
ระหว่างทาง ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่ามีผู้ปลุกพลังมากมายซุ่มโจมตีอยู่ระหว่างทางที่เขาต้องผ่าน แต่เขาก็รวดเร็วเกินไปจนผู้ปลุกพลังเหล่านั้นหยุดไว้ไม่ทัน ฉู๋โม่วจึงเดินทางมาถึงตีนเขาเมฆาคลั่งได้อย่างปลอดภัย
บริเวณรอบนอกภูเขาเมฆาคลั่ง
เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เขตแดนลับจะเปิดออก และผู้ปลุกพลังจำนวนไม่น้อยกว่าหลายร้อยคนก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว
ผู้คนส่วนมากแค่มาเฝ้าดูหรือไม่ก็มีความคิดชั่วร้าย มีคนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่มีกุญแจอยู่จริง ๆ
การมาถึงของฉู่โม่วเองก็ทำให้ผู้คนมากมายหันมาสนใจ
“พ่อหนุ่ม มาทำอะไรที่นี่เหรอ? นายมีกุญแจไหม ฉันขอหน่อยสิ!”
ผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพคนหนึ่งเดินเข้ามาและกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบห้าว
เมื่อเขาพูดจบ
ผู้คนมากมายข้างหลังเขาก็เข้ามาห้อมล้อมฉู่โม่วด้วยสายตาชั่วร้าย
ภาพนี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยรอบเข้ามามากมาย
ไม่มีใครเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย พวกเขาต่างก็มองดูด้วยความสนใจ
ผู้ปลุกพลังคนนั้นพย