หลายวันต่อมา
เซียวเหยียนออกจากจวนขุนพลเทวะ อยู่เป็นเพื่อนเยว่ชิงเหอเดินเที่ยวเล่นไปทั่วเมืองมรกต พานางไปกินของอร่อย ดูละคร และฟังนิทาน และยังไปที่ริมทะเลสาบใกล้ๆ นอกเมือง จับแมลงปอและผีเสื้อให้นาง ใช้คัมภีร์กระบี่เล่มหนึ่งหนีบทำเป็นผีเสื้อสตัฟฟ์ใส่ไว้ข้างในมอบให้นาง
ทั้งสองคนไม่ใช่คนธรรมดา แต่การทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คนธรรมดาทำเหล่านี้ ก็ยังคงมีรอยยิ้มเปี่ยมล้นบนใบหน้า
เมื่อไปปิกนิกในป่า เซียวเหยียนก็นำกระดาษพู่กันม้วนภาพไปด้วย วาดภาพม้วนแล้วม้วนเล่าให้เยว่ชิงเหอ พื้นหลังและมุมมองแตกต่างกันไป มีถึงกว่าร้อยภาพ วาดนางจนแทบไม่เหลือค่าประสบการณ์แล้ว แต่การวาดภาพให้นาง เซียวเหยียนกลับไม่ใช่เพื่อค่าประสบการณ์
นอกชานเมือง ไม่ใช่ทะเลสาบอสูรน้ำดำที่ท่านอาสองเซียวหย่วนซานพาเซียวเหยียนไป แต่เป็นริมทะเลสาบอสูรขนาดเล็กอีกแห่งหนึ่ง เซียวเหยียนนำคันเบ็ดไปตกปลา เยว่ชิงเหอก็นั่งอยู่ข้างกาย จิ้งจอกขาวเสี่ยวอวี้หมอบอยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาว หยอกล้อกับนาง เล่นจนเหนื่อยแล้ว หญิงสาวก็ใช้สองมือเล็กๆ เท้าคาง มองดูเซียวเหยยียนตกปลาอย่างเงียบๆ
เมื่อมองท่าทางที่เด็กหนุ่มจดจ่อจ้องมองทุ่นนั้น ความจริงจังนั้น ก็