ของผู้ปลุกพลังในเผ่าพันธุ์มนุษย์
อย่างไรแล้วก็มียอดฝีมือที่ไม่มีโอกาสเข้ามาตามหาศิลาต้นกำเนิดอีกมากมาย ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน พวกเขาก็ไม่สามารถสลักชื่อเอาไว้บนแผ่นหินนี้ได้
แต่ตำหนักบรรพชนก็ก่อตั้งหอเพลิงโหมมานานกว่าหลายล้านปีแล้ว หลังจากที่บ่มเพาะมาเป็นเวลานานก็มีคนปรากฏตัวขึ้นในรายชื่อนี้เพียงแค่สี่คนเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าพละกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นเทียบไม่ได้เลยกับเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ในจักรวาล
เมื่อได้เห็นศิลาต้นกำเนิดนี้ ฉู่โม่วก็นึกถึงคำพูดของเทวะยุทธ์อวิ่นซานขึ้นมาทันที
หากศิลาต้นกำเนิดทำงาน สุดยอดพลังในร่างกายก็สามารถระเบิดออกมาทำลายศิลาต้นกำเนิดได้ หากมีพละกำลังถึงเกณฑ์ ก็จะสลักชื่อไว้บนแผ่นหินได้สำเร็จและได้รับของขวัญเป็นกฎเกณฑ์และความหมายอันลึกซึ้ง
“สลักชื่อไว้บนศิลาต้นกำเนิดเหรอ?”
สายตาของฉู่โม่วลุกเป็นประกายขณะที่มองไปยังแผ่นหินตรงหน้าและพึมพำกับตัวเอง
เขาไม่อยากแสดงพลังออกมามากเกินไปตั้งแต่แรก แต่เมื่อเห็นชื่อสีทองที่เปล่งประกายอยู่ด้านบนแล้ว หัวใจของฉู่โม่วก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิ
“กระบี่!”
ฉู่โม่วตะโกนเสียงดังลั่น แล้วกระบี่ดาราทมิฬก็เผยตัวออกมาจากฝักและไปอยู่ในมือของเขาโดยพลัน
ขณะเดียวกัน
เลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตในร่างกายของเขาพลันพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง มันระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟปะทุที่พุ่งเข้าไปในเส้นเลือดและเส้นชีพจรทั่วทั้งร่างกายอย่าง