ปยังเวทีด้วยตาเป็นประกาย แต่ละคนต่างก็อยากเห็นว่าสมบัติโบราณในตำนานนี้หน้าตาเป็นอย่างไร
ดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงความสนอกสนใจของทุกคน
เจ้าหน้าที่ติงกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง “ผมคิดว่าทุกคนคงรู้จักตัวตนของสมบัติชิ้นนี้จากหลายช่องทาง มากยิ่งกว่าชายแก่คนนี้ซะอีก งั้นก็คงพูดได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดรายละเอียดอะไรอีก แต่ยังไงสินค้าชิ้นนี้ก็เก่าแก่มาก ผมจะใช้เวลาอธิบายความสำคัญของมันให้ฟังสักหน่อยแล้วกัน!”
ระหว่างที่พูด
ทันทีที่เขาโบกมือ พนักงานสาวก็ขึ้นมาบนเวทีพร้อมถือสมบัติชิ้นหนึ่งอย่างระมัดระวัง
เมื่อเปิดผ้าไหมสีแดงออก
ฉู่โม่วเพิ่งเคยพบสิ่งนี้เป็นครั้งแรก และเห็นว่ามันเป็นสมบัติทรงกรวยที่เป็นเขาของสัตว์อสูร มันมีอัสนีสีม่วงเปล่งประกายอยู่โดยรอบราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง
โดยเฉพาะที่ปลายเขาซึ่งมีสีม่วงบริสุทธิ์ไร้ที่เปรียบ มันดูเหมือนจะควบแน่นกันเป็นสุดยอดสายฟ้าและสามารถทำลายทุกสรรพสิ่งได้ แม้ว่าจะมองด้วยตาเปล่าก็ยังสัมผัสได้ถึงความน่าหวาดกลัวเกินคำบรรยายที่ทำให้หัวใจต้องเต้นระรัว
ทั่วทั้งห้องโถงพลันเงียบสงัดลงในทันใด
มันเงียบเสียจนได้ยินเสียงหายใจของเหล่าผู้ปลุกพลังในแต่ละห้อง
สมบัติ!
สมบัติที่แท้จริง!
ทันใดนั้น ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของฉู่โม่ว
แม้ว่าจะมองด้วยตาเปล่า ฉู่โม่วก็มั่นใจว่ามันเป็นสมบัติที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดอย่างแน่นอน เมื่อสำแดงพลังออกมา มันคงจะระเบิดที่สามารถทำให้โลกสั่นสะท้า