ยหน้า
จนถึงวันนี้
ด้วยพละกำลังของฉู่โม่ว ไม่ว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดจะทรงพลังขนาดไหนก็ทำอะไรเขาไม่ได้ทั้งสิ้น
หากมีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติที่ทรงพลังอย่างถึงที่สุดก็อาจสร้างปัญหาให้เขาได้บ้าง แต่มันก็แค่ปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น
สิ่งที่คู่ควรต่อการโจมตีเต็มกำลังของเขาต้องเป็นอย่างอสูรล่าอาภาที่มีพรสวรรค์ขั้นสูงหรือผู้ที่มีพละกำลังถึงขั้นเทวะยุทธ์แล้วเท่านั้น
ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าจะเข้ามามากเท่าไร ศัตรูเหล่านั้นก็เป็นแค่ไก่หรือสุนัขเท่านั้น ไม่มีค่าให้พูดถึงเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเดินต่อไป
แม้ว่าฉู่โม่วจะระมัดระวังตัวตลอดทาง ทว่าในหมอกสีเทาก็มีสัตว์อสูรอยู่มากมาย ฉู่โม่วจึงต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีจากสัตว์อสูรหลายครั้ง แต่เมื่ออยู่ตรงหน้าฉู่โม่ว สัตว์อสูรเหล่านี้ก็ถูกสังหารในทันที
สามวันหลังจากนั้น
หลังจากที่ฉู่โม่วต่อสู้มามากกว่าสิบครั้งติดต่อกัน ในที่สุดเขาก็เข้ามาลึกมากกว่าหมื่นกิโลเมตรในหมอกสีเทา
และในตอนนั้นเอง
เนตรทองคำแห่งธาตุทั้งห้า เขามองเห็นลำแสงสีดำอยู่ไม่ไกลออกไปด้านหน้า
มันเป็นกลุ่มดวงแสงขนาดเท่าหิ่งห้อยที่ลอยตัวและส่องสว่างอยู่ในหมอกสีเทา มันปลดปล่อยรัศมีสีเทาและดำออกมารอบ ๆ
“เจอแล้ว!”
เมื่อเห็นภาพนั้น สีหน้าของฉู่โม่วก็สดใสขึ้นและเขาบินตรงเข้าไปทันที
ในไม่ช้า เขาก็มาถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยแสงสีเทาดำ ตามที่เขาจำได้ โลงศพผลึกแก้วตั้งอยู่ในบริเวณนี้
และดวงแสงเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์ของห