สามารถเข้าสู่พื้นที่สว่างไสวภายในสำเร็จ
ทิวทัศน์ที่แสดงตรงหน้าทุกคนพลันเปลี่ยนไปทันที
นี่คือดินแดนแห่งซากปรักหักพัง
แม้ว่าด้านบนจะมีดวงแสงวงกลมที่ส่องลงมาอย่างนุ่มนวล แต่มันก็ถูกบดบังด้วยชั้นของหมอกสีดำหนาที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำให้ทุกคนมีทัศนียภาพการมองเห็นได้ในระยะไม่เกินสิบเมตรเท่านั้น
นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้ดูอีก เหลือเพียงความเงียบงัน
ตู้ม!
ยานอวกาศเริ่มมองหาที่ลงจอด ก่อนจะร่อนลงสู่พื้นราบอย่างปลอดภัย จากนั้นช่องประตูก็เปิดออก ผู้ปลุกพลังสวมอุปกรณ์เตรียมพร้อมขณะลงจากเครื่อง และทำการสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็วในรัศมีร้อยเมตรรอบตัวยาน
“กลุ่มหนึ่งปลอดภัย!”
“กลุ่มสองปลอดภัย!”
“กลุ่มสามปลอดภัย!”
มีการส่งสัญญาณเสียงสื่อสาร เพื่อยืนยันความปลอดภัย
ในเวลาต่อมา
ซูเจาเจาและกวนหนิงหนิงจึงเริ่มลงจากยาน และตามมาด้วยฉู่โม่วคนสุดท้าย
หลังจากลงจากยานอวกาศมายืนอยู่บนผืนดินต่างถิ่นแห่งนี้ พลันปรากฏหมอกสีดำอันแปลกประหลาดไหลผ่านร่างของเขาทันที
หมอกเหล่านี้มีความลึกลับอย่างยิ่ง พวกมันสามารถเหนี่ยวรั้งหรือปิดกั้นการเคลื่อนไหวของเลือดและอณูแห่งชีวิตของผู้ปลุกพลังได้ และยังเกาะติดร่างกาย ราวกับเป็นเหงื่อที่ผุดออกมา ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดอย่างมาก
‘นี่คงเป็นอณูแห่งความมืด!’
ฉู่โม่วคาดเดา
จากนั้นก็มองไปรอบ ๆ และพบว่าผู้ปลุกพลังคนอื่นส่วนใหญ่ต่างสวมเกราะป้องกันแสงเพื่อกรองอณูแห่งความมืด และมีบาง