งคนที่มีสีหน้าดูหงุดหงิดตลอดเวลา มีขุมพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด ซึ่งมีร่องรอยความเป็นเทพในตัวแข็งแกร่งมากกว่าผู้ใด และอยู่ไม่ไกลจากขอบเขตขั้นเทียมเทพ
จึงถือได้ว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ปลุกพลังที่มีอยู่มากมาย แต่ก็ยังเป็นรองซูเจาเจา
อีกคนหนึ่งเป็นผู้ชาย
พอนึกดูแล้ว
คนนี้ฉู่โม่วเคยเห็นหน้ามาก่อน
เมื่อครั้งที่ชายหนุ่มเข้าร่วมขอใบรับรองอัจฉริยะ มีผู้ปลุกพลังชื่อ ฉวินอี้ ที่ได้รับการรับรองเป็นอัจฉริยะระดับ A
เป็นเขานั่นเอง!
ในขณะนี้
ฉวินอี้กำลังยืนหันข้าง เชิดหน้าขึ้น ดูค่อนข้างหยิ่ง แต่เมื่อเขาเห็นซูเจาเจา สีหน้าก็ดูอ่อนน้อมลงมาก
เมื่อฉู่โม่วมองไปที่ฉวินอี้ คนที่ถูกมองก็รู้สึกถึงสายตาจึงหันมองกลับมา
“สวัสดี!”
ชายหนุ่มพยักหน้าทักทาย
เมื่อเห็นผู้ปลุกพลังที่ผ่านการรับรองร่วมกัน และมีโชคชะตาที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง จึงได้เอ่ยทักทายไป
แต่ก็เท่านั้น
ฉู่โม่วคาดไม่ถึงว่าฉวินอี้กลับไม่ได้สนใจชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของอีกฝ่ายไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง และปฏิบัติต่อชายหนุ่มราวกับว่าไม่มีตัวตน จากนั้นหันไปสบตากับคนอื่น ๆ
“เฮ้อ… ช่างเย่อหยิ่งจริง ๆ!”
ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ส่ายหัว
เขาไม่ได้สนใจมากนัก และหันไปมองยานอวกาศข้าง ๆ
เป็นยานอวกาศขนาดใหญ่ที่มีความยาวหลายหมื่นเมตร
เท่าที่ตามองเห็น วัสดุภายนอกทั้งหมดของยานอวกาศเป็นสีเงินผสมดำ ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงอารมณ์ที่หนักแน่นและม