ิ้วกับตาของเธอโค้งเล็กน้อยและดูมีความสุขอย่างถึงที่สุด
หลังจากที่กินเสร็จ เธอก็ถามด้วยรอยยิ้ม “ฉู่โม่ว ช่วงนี้ทำอะไรอยู่เหรอ?”
“ดีมาก ตอนนี้ฉันปักหลักอยู่ที่เมืองวสันตฤดูแล้ว”
ฉู่โม่วกล่าว
“เยี่ยมเลย ถึงเมืองวสันตฤดูจะเป็นหนึ่งในยี่สิบสองเมืองขนาดใหญ่ในแดนทิศตะวันออก อาจเทียบไม่ได้กับเมืองศักดิ์สิทธิ์เลย แต่มันก็รุ่งเรืองมากและมีข้อโดดเด่นหลายอย่าง ถ้ามีเวลาว่างก็มาเล่นด้วยกันได้นะ” ซูเจาเจากล่าว
ฉู่โม่วพยักหน้าตอบตกลง
ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก หลังจากนั้นซูเจาเจาก็กินติ่มซำจนหมดจานและเอ่ยขึ้น “ฉู่โม่ว ที่เรียกนายมาที่นี่ จริง ๆ ฉันมีข่าวดีจะบอกน่ะ!”
“ข่าวดีเหรอ?”
ฉู่โม่วรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา แต่ใบหน้าของเขายังคงดูใจเย็น เขาแต่หันไปมองหน้าซูเจาเจาและรอเธอพูดต่อ
ซูเจาเจาไม่รอช้าและพูดออกไปทันที
“เขตแดนลับ!”
ซูเจาเจากล่าว
“เขตแดนลับเหรอ?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วและถาม “เขตแดนลับคืออะไรเหรอ?”
“เขตแดนลับเป็นดินแดนโบราณ เป็นสถานที่ที่เคยรุ่งเรือง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างมันก็ค่อย ๆ ล่มสลายหรือปิดตัวไปน่ะ ถึงความรุ่งเรืองจะหายไปแล้ว แต่ในซากที่เหลืออยู่ก็ยังมีความรุ่งเรืองจากในอดีตอยู่และเป็นสมบัติล้ำค่าสำหรับผู้ปลุกพลังทีเดียวล่ะ!”
“และเขตแดนลับที่เพื่อนฉันเจอก็ยังไม่ได้ถูกสำรวจ… เขตแดนลับที่มีทรัพยากรนับไม่ถ้วนน่ะ แม้แต่เทวะยุทธ์ก็เมินไม่ได้หรอก และเขตแดนลับที่เธอเจอก็อยู่บนดาวเคราะห์ที่ห่างไกล มันถู