นไม่ควรห้าม นี่เป็นโอกาสของนาย แต่ฉัน…”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็พูดต่อไปไม่ไหวและน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม
ถึงจะรู้ว่าตัวเองไม่ควรฉุดรั้งฉู่โม่วเอาไว้
แต่ในฐานะภรรยา เรื่องนี้ทำเอาเธอกังวลใจอย่างหนัก และไม่อยากให้เขาแยกจากไป
เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเธอ ฉู่โม่วก็ได้แต่กอดคนตัวเล็กกว่าไว้แน่นและกล่าวอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้องไห้นะ ฉันสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้นแน่นอน! ส่วนที่จะไม่ได้เจอกันสองถึงสามปี ถึงมันจะเป็นเวลานาน แต่ก็จะทำให้อนาคตของพวกเราได้อยู่ด้วยกันมากขึ้นนะ!”
“ยังไงซะ พวกเราก็อยู่บนโลกนี้ตลอดไปไม่ได้ ในอนาคตเราจะต้องไปถึงดาวดวงอื่นอย่างแน่นอน ความห่างไกลตอนนี้เป็นแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น หลังจากที่ฉันตั้งหลักปักฐานที่นั่นได้ ฉันก็จะกลับมาพาเธอไปด้วย แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป!”
“ส่วนเรื่องความปลอดภัยของฉัน เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก…”
ขณะที่พูด ฉู่โม่วก็หยิบแผ่นหยกออกมาจากที่เก็บของ “แผ่นหยกนี้มีจิตวิญญาณของฉันจารึกอยู่นิดหน่อย ถ้าฉันไม่ตาย สิ่งนี้ก็จะคงอยู่ตลอดไป เก็บแผ่นหยกนี้เอาไว้แล้วเธอก็จะรู้ว่าฉันปลอดภัยดี!”
เมื่อพูดจบ
ฉู่โม่วก็ยื่นแผ่นหยกนั้นให้เฉินซีเวย
เธอรับมันมาและถือแผ่นหยกในมือเอาไว้แน่น
“ฉันจะคิดถึงนายนะ!”
เฉินซีเวยกอดฉู่โม่วและฝืนใจพูดออกมา
“ดีจังเลย”
ฉู่โม่วลูบหัวเฉินซีเวยเบา ๆ และกล่าวอย่างอ่อนโยน
…
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
ฉู่โม่วออ