่อชายหนุ่มบินเข้าไปในพื้นที่ สัมผัสห้วงมิติของเขาก็ตรวจพบการผันผวนเบา ๆ มาจากตำแหน่งหนึ่ง ทำให้เขาต้องบินตรงไปหาโดยไม่ลังเลในทันที
มันเป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ที่ไม่มีซากอาคารอยู่โดยรอบ มีก็แค่แผ่นหินแผ่นหนึ่งที่แตกสลายและจมลงไปในดินกว่าครึ่งแผ่น
หินแผ่นนี้มีลวดลายและจารึกบางอย่างสลักอยู่ แวบแรกมันก็เป็นเหมือนลวดลายทั่วไป แต่เมื่อฉู่โม่วมองดูให้ดีก็พบว่ามันเป็นข้อความบางอย่าง
“สุสาน… ราชวงศ์อิน…”
ฉู่โม่วพยายามอ่านสุดฝีมือและเข้าใจในที่สุด
แต่ทั้งสองคำนี้ก็ทำให้ฉู่โม่วตกตะลึงในทันใด
สุสานราชวงศ์อิน!
อย่างที่ชื่อบอกเอาไว้ มันคือสุสานราชวงศ์อิน!
ในหมู่ราชวงศ์โบราณที่ฉู่โม่วรู้จัก ราชวงศ์ชางเปลี่ยนเมืองหลวงบ่อยครั้งหลังจากที่ก่อตั้งประเทศขึ้นมาได้ไม่นาน มันไม่มั่นคงมาตลอดจนกระทั่งผานเกิงย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองอิน ตั้งแต่นั้นมา ราชวงศ์ชางก็ถูกเรียกว่าราชวงศ์อินชาง!
และสุสานราชวงศ์อินก็คือซากปรักหักพังของเมืองหลวงแห่งราชวงศ์ชาง!
“หรือว่าที่นี่จะเป็น… ซากเมืองหลวงของราชวงศ์ชาง?!”
“แต่ซากเมืองอินของราชวงศ์ชางถูกขุดขึ้นมาแล้วไม่ใช่เหรอ?!”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วแน่น
ในตอนนั้นเขาก็นึกถึงเหล่ามนุษย์ถ้ำ
เมื่อหลายหมื่นปีก่อน มนุษย์ถ้ำมาที่โลกใบนี้และอยากได้พื้นที่เป็นของตัวเอง แต่พวกเขาก็ถูกเหล่ามนุษย์โบราณขัดขวางเอาไว้และได้แต่ทำสัญญาเลือดโดยไม่มีทางเลือก
และผู้ที่ทำสัญญาเลือดกับมนุษย์ถ้ำก็คือราชวงศ์อิน