กมายได้สติกลับมาในทันใด
พวกเขาต่างก็เก็บความตกตะลึงเอาไว้ในใจและฟาดฟันเหล่ามนุษย์ถ้ำไปพร้อมกับฉู่โม่ว
ด้วยพละกำลังที่เสียเปรียบอยู่แล้วประกอบกับการตายของบรรพบุรุษ มนุษย์ถ้ำเหล่านี้สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วงและหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของมนุษย์เช่นนี้ พวกมันก็รีบวิ่งหนีทันที
…
หลังจากผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง
ผู้ปลุกพลังทุกคนของมนุษย์ถ้ำก็ถูกสังหาร รวมไปถึงเจ้าลัทธิเพลิงโลกา มั่วลา และผู้ปลุกพลังเหนือขั้นราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมด
ตอนนี้การต่อสู้เริ่มสงบลงแล้ว ที่เหลืออยู่ก็แค่เก็บกวาดสนามรบและจับกุมมนุษย์ถ้ำที่เหลือ
แน่นอนว่าฉู่โม่วไม่สนใจสิ่งเหล่านี้
เขาจึงหยุดลงมือและนั่งขัดสมาธิลงกลางห้วงอากาศด้านข้าง ตรวจสอบดูทุกอย่างสักพัก แล้วจึงนำร่างของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำออกมาจากที่เก็บของ
ได้เวลากลืนกิน!
ชายหนุ่มหยิบถุงเก็บของที่ห้อยอยู่ที่เอวของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำออกมา เขาไม่ได้เปิดมันออกทันที แต่ใช้สัมผัสห้วงมิติตรวจสอบร่างกายของเขาอย่างระมัดระวัง
ผู้ปลุกพลังอย่างเขาคงไม่เก็บของล้ำค่าไว้ในถุงเก็บของแบบนี้ แต่ห้วงมิติจะเปิดช่องว่างในร่างกายที่เอาไว้เก็บสมบัติล้ำค่าเหล่านั้น
อย่างที่คาดการณ์ไว้
ฉู่โม่วสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่ามีกระแสห้วงมิติผันผวนอยู่ที่กระดูกนิ้วชี้มือซ้ายของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำ เมื่อตั้งสมาธิดูก็เห็นได้ทันทีว่ามีช่องว่างถูกเปิดออก
“ตรวจสอบถุงเก็บของก่อ