ไรต้องเอื้อนเอ่ย
สัตว์อสูรระดับราชาถึงห้าตัวเชียวนะ…พวกมันถูกสังหารโดยราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จริงงั้นเหรอ?
“เดี๋ยวครับ…ยังไม่จบ!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงในเรื่องที่ได้ฟัง
ฉู่โม่วก็พูดต่อไปว่า “หลังจากปลิดชีพราชาอสูรทั้งห้า ผมก็ได้ทำการทิ้งเจตจำนงแห่งกระบี่ไว้ที่เกาะแนวพรมแดนใต้ทะเลลึก ซึ่งมีพลังการรู้แจ้งในเต๋าแห่งกระบี่”
“เจตนาแห่งกระบี่นี้แผ่รัศมีออกไปแสนกิโลเมตรโดยรอบ และยังสามารถดูดซับพลังชีวิตได้ ซึ่งผมรับประกันว่ามันจะไม่ถูกทำลายลงในระยะเวลาร้อยปี!”
“ในช่วงร้อยปีนี้ ตราบใดที่ไม่มีสัตว์ดุร้ายระดับราชาย่างกรายเข้ามาภายในระยะรัศมีหนึ่งล้านกิโลเมตรจากแนวชายฝั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต มันก็จะไม่มีการบุกรุกของคลื่นกองทัพสัตว์อสูรอีกต่อไป”
“หรือหมายความว่า…แนวป้องกันชายฝั่งจะอยู่ได้อย่างสงบสุขไปอีกหลายทศวรรษ!”
ตู้ม!
ประโยคนี้ราวกับเสียงฟ้าผ่าลงในหูของทุกคน
ทันใดนั้น จิตใจของทุกคนก็เริ่มเหม่อลอย พร้อมในดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายสีทอง
หลังจากนั้นไม่นาน ใครบางคนจึงเริ่มกลับมามีสติและพึมพำว่า “นี่หมายความว่า…จากนี้ไป เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราจะไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการรุกรานของสัตว์อสูรทะเลเป็นเวลาอีกหลายทศวรรษ?” “ถูกต้องไหมครับคุณฉู่”
“ใช่แล้วครับ”
ฉู่โม่วพยักหน้ายิ้มให้
ด้วยการยืนยันจากปากของฉู่โม่ว ในที่สุดเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ทุกคนก็เริ่มรู้สึกตัว และแสดงสีหน้าแห่งความปีติยินดี
“เยี่ยมมา