นเอง ด้วยเสียง ‘แกร๊ก’ ราชาอสูรทั้งสี่ตนก็หลุดออกจากพลังหน่วงกาลเวลาและสกัดห้วงมิติได้
“พรสวรรค์แห่งห้วงเวลา และห้วงมิติด้วยงั้นหรือ!?”
ราชาอสูรทั้งสี่ตนต่างตกใจกันเป็นอย่างมาก
พวกมันรู้สึกได้ถึงพลังห้วงมิติและห้วงเวลาที่ผ่านร่างมันไป พวกมันรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ถือเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากมาก ๆ ถึงแม้ว่าจะมีบ้างที่พวกมันได้พบกับราชาอสูรที่มีพรสวรรค์ห้วงเวลาและห้วงมิติ แต่การที่จะครอบครองทั้งสองพลังนี้ในตัวคนเดียวนั้น ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน
“ไม่ผิดแน่ เจ้ามนุษย์ผู้นี้ยังมีความลับที่เราไม่รู้อยู่อีกมาก!”
“งั้นต้องจับมันทั้งเป็นเพื่อล้วงเอาความจริงออกมา บางทีพวกเราอาจจะได้อะไรดี ๆ มาบ้าง!”
ราชาอสูรทั้งสี่ตนหันมองกันเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภ
จากนั้น
พวกมันก็โถมเข้าโจมตีฉู่โม่วพร้อม ๆ กันอีกครั้ง ด้วยการโจมตีที่หนักหน่วงกว่าเดิม
ในตอนแรก ราชาอสูรเหล่านี้กำลังโกรธ มันเพียงอยากจะระบายอารมณ์เท่านั้น ไม่ได้อยากจะสู้กับฉู่โม่วให้หมดท่าอะไร
ทว่าภายหลังจากที่เห็นว่าฉู่โม่วดูจะมีพลังที่เลิศล้ำอยู่ พวกมันก็เล็งเห็นถึงโอกาสอันดีงาม ดังนั้นจึงเลือกที่จะสู้เพื่อหมายจะให้ชายหนุ่มคายความลับแล้วค่อยฆ่าฉู่โม่วทิ้ง
มองการโจมตีที่ทรงพลังของราชาอสูรทั้งสี่ ฉู่โม่วก็ไม่ได้คิดจะรับมืออะไร เขาเลือกที่จะเทเลพอร์ตออกไปแทน
เพราะงั้น…
เขาจึงใช้พลังห้วงมิติและห้วงเวลาอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำให้ราชาอสูรเ