าลเช่นนี้ แม้จะเป็นคลื่นกระแทกจากวงนอกของการโจมตีก็เกรงว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือแม้แต่ตกตายไป!”
ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารารู้สึกอิ่มเอมใจและพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์พอตกอยู่ในสภาวะคับขันก็สามารถเป็นที่พึ่งพาให้พวกเราได้เสมอ!”
“พรสวรรค์ของเขาช่างน่าเหลือเชื่อ!”
ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ที่มาใหม่จากฐานทัพอื่นอื่นต่างก็ทำสีหน้าสยดสยองอย่างเหม่อลอยและตกตะลึงอย่างขีดสุด
“ฉันไม่คาดคิดเลยว่าราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จะเติบโตมาได้น่ากลัวถึงเพียงนี้!”
แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวออกมา เพื่อระบายอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ
…
ในขณะที่เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ยังคงรู้สึกตกตะลึง ฉู่โม่วก็ได้ลงมือสังหารสัตว์อสูรระดับ 9 ไปถึงสิบตัวแล้ว
ดังนั้นบนท้องฟ้าจึงเหลืออยู่อีกเพียงสองตัวสุดท้าย
เมื่อเห็นฉู่โม่วขยับร่างพุ่งเข้ามา
สัตว์อสูรทะเลยักษ์ทั้งสองตัวก็ตกใจกลัวทันที
“อย่านะ… อย่าฆ่าข้า ได้โปรด ข้าขอร้อง…”
สัตว์อสูรที่อยู่ใกล้สุดรีบร้องขอความเมตตา แต่ก่อนที่มันจะพูดจบ ฉู่โม่วก็ปล่อยหมัดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
ถัดจากนั้น สัตว์อสูรตัวสุดท้ายก็ร้องตะโกนอย่างร้อนรน
“ไม่นะ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้… เจ้ามนุษย์ พ่อของข้าเป็นถึงราชาสัตว์อสูร ถ้าเจ้ากล้าฆ่าข้า เขาจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป.. .ดังนั้น ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะไม่มีวันขึ้นมาเหยียบดินแดนม