ญหนึ่งในสองพรสวรรค์นี้ได้ ก็นับว่าน่าทึ่งมากอยู่แล้ว แต่ฉู่โม่วกลับเชี่ยวชาญมันทั้งสองอย่าง
ตั้งแต่มันเกิดมา ก็ยังไม่เคยพานพบผู้ใดที่กระทำได้อย่างชายหนุ่มตรงหน้ามาก่อน แม้จะเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่มายาวนานจนแทบจะเป็นนิรันดร์ก็ตามที
“สะบั้น!”
สัตว์อสูรจระเข้ยักษ์ที่กำลังตกใจ พลันฟื้นสติกลับมา เมื่อเห็นฉู่โม่วทำการโจมตีพร้อมกระบี่อีกครั้ง
แสงกระบี่ตัดลงบนร่างของราชาอสูรอย่างแม่นยำ แต่ก็เป็นเพียงรอยถากสีขาวเล็ก ๆ บนหลัง ซึ่งไม่แม้แต่จะทะลุการป้องกันด้วยซ้ำ
“มนุษย์ตัวจ้อย อย่างที่ข้าเตือน พลังของเจ้าไม่มีวันทำลายการป้องกันของข้าได้หรอก ยอม…”
เมื่อเห็นฉู่โม่วไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้ ราชาอสูรก็อดไม่ได้ที่จะโอ้อวด
แต่ก่อนที่มันจะพูดจบประโยค คิ้วก็ถูกขมวดขึ้น และพลันรู้สึกเจ็บปวดลึกถึงจิตวิญญาณ ก่อนจะพบว่าส่วนหนึ่งของพลังวิญญาณของมันถูกตัดออกไป
“นี่มัน…การโจมตีทางวิญญาณ?”
“เจ้าเชี่ยวชาญกระทั่งพลังห้วงวิญญาณด้วยงั้นเหรอ!”
ครั้งนี้ราชาอสูรตกใจจนแววตาแข็งทื่อ
“ทั้งพรสวรรค์ห้วงเวลาและพรสวรรค์ห้วงมิติ ก็นับว่าหาผู้เชี่ยวชาญได้ยากเย็นราวกับปีนป่ายสวรรค์แล้ว แต่พลังห้วงวิญญาณ เจ้าก็ยังมีมัน…มนุษย์เอ๋ย พรสวรรค์ของเจ้านั้นสูงส่งจนน่าพรั่นพรึงเสียจริง!”
“หากได้รับเวลามาพอในการเติบโตอีกสักหน่อย เจ้าจะมีความแข็งแกร่งถึงระดับที่ไม่สามารถจินตนาการได้เลย เมื่อถึงตอนนั้น ข้าอาจกลายเป็นฝ่ายที่ต้องมองเจ้าจากแผ่นหล