คลายลงและกล่าวต่อว่า “แต่เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ยังคงห่างไกลนัก ถ้าเจ้าคิดสู้กับข้า ก็มีแต่ความตายที่รออยู่!”
“แทนที่จะต้องตายไปอย่างไร้ค่า สู้ยอมจำนนต่อข้าดีกว่า…แล้วอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธล่ะ ถึงแม้เจ้าจะเป็นมนุษย์และข้าเป็นสัตว์ต่างเผ่าพันธุ์กัน แต่พวกเราล้วนเป็นผู้เดินตามวิถีแห่งมรรคาเช่นกัน แล้วเจ้าซึ้งประเสริฐเหนือกว่ามนุษย์ทั้งปวง ข้าจึงชื่นชอบมากเป็นพิเศษ!”
“ข้าไม่อายเลยที่จะโอ้อวดบอกเจ้าว่า ตอนนี้ข้าได้มาถึงจุดสูงสุดของการเปลี่ยนแปลงแห่งวิถีบ่มเพาะแล้ว แค่เพียงยื่นขาออกไปครึ่งก้าว ก็ราวกับพร้อมที่จะเหยียบย่างเข้าสู่โลกใหม่ได้ทุกเมื่อ”
“เช่นนั้นแล้ว หากเจ้าเต็มใจยอมจำนนต่อข้า และไม่กระทำความผิดพลาดเหมือนครั้งก่อนหน้า ข้าก็จะไม่ถือสาเอาเรื่อง มิหนำซ้ำ ยังจะช่วยชี้นำเจ้าทีละขั้นตอน เพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการของโลกนี้ และกลายเป็นผู้รู้แจ้งอย่างแท้จริง”
มันเป็นคำพูดที่ดูเรียบง่ายจริงใจ และเต็มไปด้วยสิ่งล่อตาล่อใจไม่รู้จบ
คำพูดเหล่านี้
ถ้าเป็นคนอื่นได้ฟังก็คงหวั่นไหว และมีบางอย่างถูกกระตุ้นขึ้นในจิตใจ
แต่สำหรับฉู่โม่ว
เขามีมรดกล้ำค่าหลายอย่างที่เข้าถึงดินแดนของเหล่าทวยเทพได้โดยตรง
และวิธีการนั้นสามารถจับต้องได้อย่างชัดเจน โดยที่ไม่ต้องการพึ่งพาช่วยเหลือจากราชาอสูรเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นเขาจึงนิ่งเฉย และไม่รู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งล่อตาล่อใจเหล่านี้
เหอะ…
“ให้ฉันยอมจำนนต่อแก และร้องขอให้ช่วยชี้