ย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่าได้ร้องไห้อีกเด็ดขาด นายโตแล้วนะ เจ้าหนู!”
เมื่อพูดจบ
เขาก็เบนสายตาไปยังผู้นำสัตว์อสูรทั้งสาม
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เร่งรีบ น้ำเสียงของเขาจึงผ่อนลงเล็กน้อย “ฟังอาจารย์ดี ๆ นายต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป รีบออกไปจากที่นี่ตอนยังมีโอกาส นำข่าวนี้ไปแจ้งคนอื่น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในที่แห่งนี้บ้าง!”
“แล้วก็…”
“นายเป็นคนมีพรสวรรค์นะ ถ้าหมั่นฝึกฝนอย่างหนัก สักวันในอนาคตนายอาจจะได้เป็นถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด”
“แต่น่าเสียดายที่ตาแก่คนนี้ คงไม่ได้มีชีวิตอยู่จนเห็นฉากนั้น!”
เขาถอนหายใจอย่างอาลัย
แล้วมองไปรอบ ๆ ทันที
เขาเห็นซากบ้านเรือนที่หักพัง ก่อนจะหันไปมองผู้นำสัตว์อสูรทั้งสามพร้อมสีหน้าอาฆาต “เจ้าพวกสัตว์อสูรน่ารังเกียจ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกแก…สุดยอดฐานซูฮั่งของฉันจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ยังไง!”
“ต่อให้ฉันต้องตายก็ไม่มีวันปล่อยให้พวกแกมีชีวิตที่สุขสบายหรอก!”
หลังจากพูดจบ
ประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์หรือที่รู้จักกันในนามราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพสวรรค์ ก็ฝืนประคองตัวเองให้ยืนขึ้น และเผาผลาญแก่นชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมด
พลันกลิ่นอายทั่วร่างปะทุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้าพวกเดรัจฉาน…ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็ขอลากพวกแกลงไปด้วย!”
เสียงนั้นค่อย ๆ แผ่วเบาลง
เขากระโจนกลับเข้าไปต่อสู้อีกครั้ง
“อาจารย์!!!”
เมื่อมองไปยังแผ่นหลังของอาจารย์ที่แน่วแน่ต่อเส้นทางความตาย ราชันเทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้