ว่งกระบี่ไปมา เขาสามารถรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กระชับมือและความลื่นไหลจากวงสวิงที่นุ่มลื่นกว่า ราวกับว่านี่เป็นแขนของเขาเอง มันยืดหยุ่นและผสานเป็นหนึ่งเดียวกับการเคลื่อนไหว
สิ่งนี้เป็นผลมาจากการฝึกฝนแบบพลีชีพ ทำให้เขาสามารถใช้พลังของกระบี่ได้เต็มที่โดยไม่ถูกขัดขวางใด ๆ
ชิ้ง!
คมกระบี่ถูกชักออกมา และในพริบตา พื้นที่โดยรอบนั้นก็มืดมัวลง
ภายใต้แสงเทียน… คมกระบี่สีทมิฬเปล่งแสงสีดำอันน่าพิศวงออกมา ราวกับเป็นหลุมดำที่กลืนกินแสงสว่างอื่นเข้าไปจนหมด!
ปราณกระบี่มากมายนับไม่ถ้วนเติมเต็มพื้นที่ภายในโถงนี้ในชั่วพริบตา และเมื่อตัวกระบี่ถูกชักออกมาจนหมด อุณหภูมิภายในห้องก็ลดต่ำลงเป็นอย่างมากด้วย
แม้แต่ฉู่โม่วเองก็ยังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหนาววูบที่มาจากผิวทั่วทั้งร่างของเขา คล้ายกับว่ามีเข็มเล่มเล็ก ๆ มากมายกำลังทิ่มแทงเข้ามาที่ร่าง และรู้สึกได้ว่าเส้นผม เส้นขนจากทั่วทั้งตัวกำลังลุกตั้ง
เขายื่นมือขวาออกไปเพื่อจรดปลายนิ้วมือลงบนคมกระบี่ ทำให้สามารถรับรู้ได้ถึงเสียง ‘ครืน’ อันเกิดจากการสั่นไหวของกระบี่นี้สะท้อนกลับเข้ามาในตัว และมันยังคงเป็นแบบนี้อยู่อีกเป็นเวลานาน
‘เป็นกระบี่ที่ดีจริง ๆ!’
‘สมเป็นกระบี่ที่ถูกเลื่องลือ!’
ยังไม่ได้ทดลองใด ๆ
เพียงแค่ได้กำด้ามมันไว้ในมือ ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ในกระบี่เล่มนี้เสียแล้ว กลิ่นอายที่คมกริบของคมกระบี่ และ…ความน่ากลัวที่คมกระบี่ปลดปล่อยออ