ทั้งสองกลายเป็นหุ่นเชิดที่ไร้ซึ่งจิตใจไปแล้ว พวกเขาได้แต่ทำตามคำสั่งที่ได้รับเท่านั้น
ตอนนี้อัศวินอีกคนจึงเงื้อค้อนขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกครั้งโดยไม่ลังเล ค้อนยักษ์อาบสายฟ้าถูกฟาดลงไปราวกับว่าจะสังหารฉู่โม่วในคราวเดียว
แต่ฉู่โม่วแค่ต่อยออกไปเบา ๆ อัศวินคนนั้นก็พลันระเบิดออกพร้อมเสียงดังสนั่น
หลังจากที่สังหารอัศวินเกราะทองทั้งสองแล้ว ก็ไม่มีอุปสรรคใดปรากฏขึ้นอีก
ฉู่โม่วจึงเดินตรงเข้าไปยังทางเข้าของห้องโถงหลัก ประตูถูกเปิดออกด้วยแรงและส่งเสียง ‘ครืน’ ออกมา
ฝุ่นและกลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาปะทะทันที
ฉู่โม่วขมวดคิ้วก่อนขยับแขน แล้วกลิ่นเหล่านั้นก็หายไปในพริบตา หลังจากนั้นเขาจึงก้าวเข้าไปข้างใน
เท่าที่ตามองเห็นได้ มันเป็นห้องโถงที่ว่างเปล่าอย่างถึงที่สุด มีแค่รูปปั้นหนึ่งตั้งอยู่แต่มันก็พังทลายไปแล้ว มีแท่นอยู่ตรงหน้ารูปปั้นและมีบางสิ่งวางอยู่ข้างบน
หนังสือ
ถ้วย
และม้วนหนัง
เขาสัมผัสถ้วยดูเบา ๆ ทว่ามันกลับสลายกลายเป็นผุยผงบนแท่นในทันที
ฉู่โม่วหันไปหยิบหนังสือขึ้นมา
จากด้านนอก หนังสือเล่มนี้ดูเป็นหนังสือธรรมดาทั่วไป
แต่ในวันนี้ เวลาได้ผ่านไปกว่าหลายปีและแม้แต่ถ้วยก็กลายเป็นฝุ่นผง แต่หนังสือเล่มนี้กลับยังคงเป็นเล่มอยู่ซึ่งถือว่าไม่แย่นัก
เมื่อเปิดหนังสือดู
เขาก็เห็นแค่ตัวอักษรแปลกประหลาดที่ไม่ใช่ภาษาของอาณาจักรตงเสวียนหรืออารยธรรมใดบนโลกใบนี้ ฉู่โม่วไม่เข้าใจความหมายของตัวอักษรเหล่านี้แม้แต่น้อย
แต