นพื้น
ร่างทั้งสองส่วนยังไม่ตายในทันที แต่กลับมีหมอกพิษสีเขียวพุ่งออกมาจากร่างกายเข้าหาฉู่โม่ว
เมื่อเห็นดังนั้น…
ฉู่โม่วก็หรี่ตาลง เขาใช้พรสวรรค์ธาตุไฟโดยไม่ลังเล ทำให้เปลวเพลิงร้อนระอุพวยพุ่งออกมาและกลืนกินตะขาบพิษทันที
เสียงร้องโอดครวญพลันดังขึ้น แต่มันก็หยุดลงไม่นานหลังจากนั้น
แล้วเขาก็เห็นร่างของตะขาบถูกเผาเป็นจุณและปลิวหายไปตามลม
ฟุ่บ!
ตอนนั้นเอง
อีกเสียงหนึ่งก็ดังผ่านอากาศเข้ามาหาฉู่โม่วจากด้านหลัง
และด้วยสัมผัสห้วงมิติของฉู่โม่ว เขาสังเกตเห็นว่ามีแมลงพิษและสัตว์อสูรตัวอื่นที่พยายามจะจู่โจมเข้ามาด้วยเช่นกัน
“ไม่จบไม่สิ้นเลยรึไง?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วและเริ่มหมดความอดทน
เขาไม่คิดจะติดพันอยู่กับแมลงพิษเหล่านี้ พรสวรรค์ธาตุไฟพลันพุ่งพล่านออกไปเต็มกำลังทันที เปลวเพลิงไร้ที่สิ้นสุดโหมออกมาราวกับน้ำทะเลโดยมีฉู่โม่วเป็นศูนย์กลางและปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่หลายสิบกิโลเมตร
ทันใดนั้น
ทั่วทั้งพื้นที่แปลกประหลาดนี้พลันกลายเป็นทะเลเพลิง
แมลงพิษนับไม่ถ้วนส่งเสียงร้องโอดครวญภายใต้เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ
กลิ่นเนื้อคละคลุ้งในอากาศ แต่ในไม่ช้าก็กลายเป็นกลิ่นไหม้และจางหายไปตามลมในที่สุด
หลังจากผ่านไปไม่นาน
ฉู่โม่วสัมผัสได้ว่าไม่มีเสียงร้องของแมลงพิษอีกต่อไปจึงหยุดกระแสเปลวเพลิงลง ตอนนี้เขาเห็นว่าป่าที่เคยแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุดกลายเป็นพื้นดินไหม้เกรียมไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ประหลาดหรือกระดูก หรือแม้กระ