ให้ฉู่โม่วตื่นเต้นอย่างมาก
เพราะนั่นหมายความว่า ตราบใดที่เขามีหินปฐมกาลเพียงพอ ต้นซากุระสวรรค์ก็จะเติบโตอย่างแข็งแรงและผลิตน้ำออกมาได้ต่อเนื่อง
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันกินพลังจากหินปฐมกาลจุเกินไปจริง ๆ ทั้งที่ทุ่มหินทั้งหมดลงไปขนาดนี้แล้ว แต่เห็นทีจะได้น้ำเลี้ยงออกมาไม่ถึงยี่สิบลิตรด้วยซ้ำ!”
“หากต้องการให้มันผลิตน้ำเลี้ยงออกมาอีก สงสัยจะต้องหาสายแร่หินปฐมกาลมาให้เร็วที่สุด ถึงจะทำให้ได้น้ำออกมาโดยไม่ต้องเปลืองแรงมาก!”
ฉู่โม่วพึมพำ
หินปฐมกาลเป็นของสิ้นเปลือง เมื่อใช้แล้วครั้งหนึ่งก็นับว่าหมดประโยชน์
สายแร่สามารถตกผลึกหินปฐมกาลได้เสมอ แม้ว่ากระบวนการเย็นตัวจะช้ามาก แต่ตราบใดที่จำนวนของสายแร่เพียงพอ อัตราการผลิตและบริโภคก็จะสมดุลกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่ววางแผนตามหาสายแร่ทันที
สิ้นความคิด เขาไม่รอช้าที่จะลงมือทำ
เขาเดินออกจากห้องและพูดคุยกับเฉินซีเวยพักหนึ่ง ก่อนจะตรงไปที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์เพื่อถามคำถามบางอย่าง
…
ณ วิหารราชันย์เทพยุทธ์
ในห้องโถงใหญ่ ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางกำลังนั่งบนแท่น
“ฉู่โม่ว ปกติแล้ววันธรรมดาคุณจะไม่เข้ามาที่นี่ ทำไมวันนี้ถึงมีเวลามาพบปะกันได้”
เมื่อเห็นผู้สืบทอด ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ท่านเจ้าวิหารล้อกันเล่นแล้ว ผมก็เพียงแต่มาเยี่ยมเยียนเท่านั้น”
ฉู่โม่วตอบ
“นี่นะ คิดว่าฉันไม่รู้จักคุณหรือยังไงกัน ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น คนอย่างคุณไม่มาหา