บทที่ 342 กระบวนท่าลับเบิกนภา และ โลกในฝ่ามือ
ถึงแม้ว่าจะตระหนักได้ว่านั่นเป็นความฝัน
แต่ฉู่โม่วผู้ที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมานี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงร่องรอยบางอย่าง
เขาอดไม่ได้ที่จะเดินไปตามถนนที่ทอดยาวไปบนภูเขา ค่อย ๆ มองสิ่งที่อยู่รอบบริเวณนี้ไปเรื่อย ๆ
ผ่านขุนเขาเก้ายอดที่ใจกลางของสำนักวิถีอากาศ
ภายในฝัน มันเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยแสงระยิบระยับ ปกคลุมด้วยกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม เส้นทางเดินภายในประดับประดาไปด้วยดอกไม้และพืชพรรณมากมายควบคู่ไปกับสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งบนพื้นและบนฟากฟ้า มีผู้คนเดินไปมาแน่นขนัดไม่ว่าจะเป็นศิษย์หรือผู้อาวุโส
ทว่าตอนนี้
สิ่งเหล่านั้นกลับหายไปหมด
ยังไงเสียทุกอย่างมันก็ผ่านมากว่าพันหรือเผลอ ๆ อาจจะหมื่นปีเข้าไปแล้ว ความผันแปรของชีวิต กาลเวลาที่ข้ามผ่าน แม้แต่ตึกรามยังคงต้องพังทลายเหลือไว้เพียงซากปรักหักพัง นับประสาอะไรกับศิษย์หรือผู้อาวุโสทั้งหลายที่เขาเห็นได้ในฝันอันสุกสกาวนั้น กาลเวลาพัดพาพวกเขาให้เป็นเพียงภาพความทรงจำในอดีตที่มีตัวตนเพียงแค่ในช่วงเวลาของตนเท่านั้น
ฉู่โม่วกลับมายังยอดเขาไท่ฉูและไปยังสถานที่ที่เขาเคยอยู่ในความฝัน
ที่แห่งนี้ยังคงเหมือนกับสถานที่ที่เขาเห็นในฝัน มีลานกว้างที่เขาเคยอยู่อาศัยหลงเหลืออยู่จริง ๆ
แต่ก็ต่างออกไป
เพราะในฝัน ลานกว้างแห่งนี้งดงามและเงียบสงบ ทว่าปัจจุบันแม้มันจะเป็นลานกว้าง แต่ความงดงามนั้นก็กลายเป็นซากปรักหักพัง มีเหลือให้เห็น