เป็นการได้รับที่คุ้มค่ามากจริง ๆ!
“เยี่ยมไปเลย!”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งพยักหน้า จากนั้นก็พูดต่อ “สิ่งที่ต้องทำตรงนี้หมดลงแล้ว กลับไปกันเถอะ!”
ฉู่โม่วพยักหน้าตาม
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากทางเดินบนภูเขานี้ และเพียงไม่นาน พวกเขาก็ไปถึงยังประตูที่เป็นทางเข้าของสำนักวิถีอากาศกันแล้ว
มันเป็นช่วงเวลาบ่าย ดังนั้นดวงตะวันจึงเริ่มคล้อยอ่อนไปยังทิศตะวันตกและค่อย ๆ คล้อยต่ำลงไปยังหุบเขาที่อยู่ทางทิศเดียวกันนั้นช้า ๆ เหลือไว้เพียงแสงสีทองที่อาบฟ้าและโลกในยามเย็นไว้ ก่อนที่ท้ายสุดจะทดแทนด้วยแสงดาวยาวค่ำคืน
ฉู่โม่วหันกลับไปหมายจะมองทัศนียภาพของสำนักวิถีอากาศทิ้งท้าย
ทว่าท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น
เขาพบเข้ากับร่างของเด็กสาวในชุดสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาของเธอสดใสและเป็นประกาย พร้อมกับทักทายเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง “ศิษย์พี่ฉู่ ท่านอยู่นี่เอง!”
เสียงที่เหมือนกับสายลมพัดก้องกังวานอยู่ในหู
เมื่อเพ่งมอง ฉู่โม่วก็เหมือนจะเห็นได้ถึงผ้าคาดผมสีม่วงบนศีรษะของเด็กคนนี้ ที่ซึ่งถูกลมพัดให้พลิ้วตามลม โชยเอากลิ่นหอมจาง ๆ ของเธอให้ลอยตามมาด้วย
พลันเมื่อตะวันลับฟ้าไป โลกก็ถูกย้อมด้วยความมืดมิด
ภาพหลอนทุกอย่างเหล่านี้ก็พลอยหายไปจากดวงตาและกลายเป็นเพียงเศษชิ้นอัญมณีเล็ก ๆ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
ราชันย์เทพยุทธ์สาวที่เห็นฉู่โม่วยืนนิ่งไป อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรครับ ไปกันเถอะ”
ฉู่โม่วถอนหายใจและส่ายหน้า เ