าจประเมินค่าได้
ณ ปัจจุบัน
ฉู่โม่วและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งได้เดินทางมาถึงเทือกเขาแห่งหนึ่ง
เทือกเขานี้มีขนาดกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไปไกลหลายหมื่นกิโลเมตร มองไปรอบ ๆ มียอดขุนเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้าอยู่ทุกหนแห่ง
ภายในหุบเขานั้น ทั้งสองได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรสะท้อนออกมาอย่างแผ่วเบา
“เจ้านาย ฉันรู้สึกถึงพลังที่ผันผวนออกมาจากหุบเขา มันแข็งแกร่งมาก!”
เจ้านกพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
“ลองเข้าไปดูหน่อยสิ!”
ฉู่โม่วสั่ง
นกล่าสมบัติพยักหน้า ก่อนจะกระพือปีกบินนำทาง ในขณะที่ฉู่โม่วและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งตามไปติด ๆ
เพียงไม่นาน
พวกเขาก็ข้ามผ่านยอดเขาลูกแล้วลูกเล่า ทันใดนั้นก็มาถึงหน้าผา
“เจ้านาย ที่นี่แหละ!”
นกล่าสมบัติพูด พลางมองไปที่หน้าผาเบื้องหน้า
“ที่นี่หมายถึงอะไรเหรอ?”
ฉู่โม่วงงงวยเล็กน้อย
ข้างหน้าเป็นเหวลึกที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาซึ่งไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ทำไมเจ้านกนี่ถึงบอกว่าอยู่ตรงนี้
ฉู่โม่วกระตุ้นพรสวรรค์ห้วงมิติเพื่อสัมผัสพื้นที่โดยรอบ และในไม่ช้าเขาก็สังเกตเห็นความผันผวนที่ผิดปกติบางอย่างซึ่งมาจากกลางเวหาที่ว่างเปล่าบนหน้าผาด้านหน้าเขา แต่ก็ไม่อาจสัมผัสได้ชัดเจนนัก
หลังจากวิเคราะห์ดูแล้ว ฉู่โม่วจึงเปิดใช้งานพลังเนตรทันที ลำแสงสองสายพลันพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา และจ้องมองสำรวจอย่างระมัดระวัง
“ตรงหน้าเป็นค่ายกลเวทลวงตาขนาดใหญ่งั้นเหรอ!”
ฉู่โม่วตกใจ
ภายใต้พลังเนตรของเขา
เห็