่ฉู่งั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินคำเรียกเช่นนั้น เขาก็รู้สึกประหลาดใจ
ไม่นานนี้เอง ที่เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าสิ่งที่สวมอยู่ไม่ใช่เสื้อผ้าเดิม แต่เป็นเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มที่มีด้ายสีทองปักขลิบไว้หนึ่งเส้นบริเวณข้อมือ
เมื่อมองไปยังร่างของราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง ก็พบว่าเธอสวมกระโปรงผ้าโปร่งสีขาวบริสุทธิ์แต่มีด้ายสีทองสองเส้นที่ข้อมือเหมือนเด็กสาวคนนั้นเช่นกัน
‘ชุดที่ฉันและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งสวมใส่ ดูเหมือนจะเป็นเสื้อผ้าของลูกศิษย์แห่งสำนักนี้ ด้ายสีทองที่ข้อมือก็คงแสดงถึงสถานะ’
‘หรือว่าตอนนี้ฉันและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง ได้กลายเป็นลูกศิษย์ของสำนักนี้แล้ว?’
ฉู่โม่วแอบครุ่นคิด
“พี่สาวหนิงซวงก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ!”
เมื่อเด็กสาวมองเห็นราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง จึงรีบทำความเคารพ
จากนั้นเธอก็หันไปหาฉู่โม่วที่กำลังงุนงงอยู่อย่างเงียบ ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะโบกไม้โบกมือต่อหน้าเขา
“ศิษย์พี่ ทำไมท่านไม่พูดล่ะคะ”
เธอถามอย่างสงสัย
“เปล่าหรอก ไม่มีอะไร พี่แค่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่น่ะ”
ฉู่โม่วฟื้นคืนสติแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
เด็กสาวเปล่งเสียง “โอ้”
แล้วพูดต่อว่า “ศิษย์พี่ ปีนี้มีการคัดเลือกลูกศิษย์ใหม่ ท่านอาจารย์ได้ให้ศิษย์พี่เป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ แล้วทำไมศิษย์พี่ยังมาซ่อนตัวอยู่แถวนี้อีก ผู้ปลุกพลังพวกนั้นเขามารออยู่ข้างนอกนานแล้ว ถ้าไม่รีบไประวังจะโดนลงโทษเอานะคะ!”
จัดตั้ง