์เหมันต์เยือกแข็งก็เข้ามากล่าวขอบคุณอย่างอ่อนโยน
“ด้วยความยินดีครับ”
ฉู่โม่วโบกมือ กินยาเล็กน้อยเพื่อฟื้นฟูเลือดและพลังปราณ แล้วจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ว่าแต่ ทำไมถึงไม่ตัดหัวสัตว์อสูรนั่นสักทีล่ะ?”
แม้ว่ากิ้งก่าโลหิตจะรวดเร็วและแข็งแกร่ง ทว่ามันก็ยังอ่อนแอกว่าราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งผู้ฝึกฝนทั้งวิทยายุทธ์และพลังจิตวิญญาณ ถ้าเธออยากจะหนีหรือแม้แต่สู้กลับก็คงทำได้ไม่ยากเลย
นอกจากนี้
ก่อนหน้านี้ตอนที่สัตว์อสูรตัวนี้จะหนีไป ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็ไม่ยอมปล่อยมันไปเป็นแน่
“ฉันเจอเหมืองหยกศักดิ์สิทธิ์อยู่ใกล้ ๆ และมันเป็นสัตว์อสูรคุ้มกันเหมืองน่ะ ถ้าอยากเข้าไปก็ต้องจัดการมันให้ได้ก่อน!”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งพูดออกไปตรง ๆ โดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
“เหมืองหยกศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็ตกตะลึงเล็กน้อย
“ใช่แล้ว! เหมืองหยกศักดิ์สิทธิ์นี้ก็ไม่ได้เล็กเลย อย่างน้อยก็ต้องเป็นขนาดกลาง ถ้าขุดออกมาจนหมดก็คงจะได้อย่างน้อยสักห้าพันชิ้น!” เมื่อพูดถึงจำนวนที่มากกว่าสามพันชิ้น แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็อดแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาไม่ได้
นั่นคือหยกศักดิ์สิทธิ์จำนวนทั้งหมดกว่าสามพันชิ้น หากจะขุดมันจริง ๆ ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่งกับฉู่โม่ว แต่ละฝ่ายจะได้รับมากกว่าสองพันชิ้นซึ่งเพียงพอให้เธอสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณได้หลายชิ้น
ฉู่โม่วเองก็แสดงสีหน้าตื่นเต้น