งจิตชิ้นอื่นได้ แต่สำหรับฉู่โม่ว มันก็ไม่จำเป็นสักเท่าไหร่
เช่นนั้น
ฉู่โม่วจึงไม่สนใจที่จะเก็บหยกศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ไว้ และเพราะแบบนี้ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งจึงดูจะดีอกดีใจไม่ใช่น้อย
กลับไปเฝ้ารออีกครั้ง
หนึ่งวันก็ได้ล่วงเลยผ่านไป
ในที่สุด กลุ่มก้อนสมบัติระลอกที่สามก็พวยพุ่งออกมา
เทียบกับระลอกที่หนึ่งและสองแล้ว ครั้งนี้มีกลุ่มแสงพุ่งออกมามากที่สุด
มันมีมากกว่าสามสิบชิ้นเสียอีก
โชคยังดีที่ทั้งฉู่โม่วและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งนั้นว่องไวกันทั้งคู่ พวกเขาทั้งสองจึงสามารถเก็บสมบัติเหล่านี้ไว้ได้ทั้งหมด
เมื่อพวกเขาเตรียมที่จะตรวจสอบสมบัติที่อยู่ในก้อนแสง ใครจะไปรู้ว่าจู่ ๆ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น…
ครืน!
แผ่นดินใต้ทะเลพลันสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน
จากนั้นฉู่โม่วก็พบว่ามีเสาหินขนาดใหญ่ต้นหนึ่งกำลังพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินบริเวณทั้งสองฝั่งของบานประตูที่มีผนึกปรากฏอยู่
เสาหินทั้งสองต้นนี้ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ และพลังนั้นก็อยู่ในร่างของมังกร!
ทันทีที่มันผงาดขึ้นมาเหนือผืนดิน
“กรรรร!”
เสียงคำรามนั้นสะเทือนไปทั่วทั้งปฐพีใต้สมุทร จากนั้นดวงตาของมังกรยักษ์ที่อยู่บนเสาหินทั้งสองพลันลืมตื่นขึ้นมาหลังคำรามออกไปแล้ว
ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวลุกโชนออกมา
“ฉู่โม่ว ตอนนี้แหละ!”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งตะโกน
แต่ต่อให้เธอไม่ตะโกน
ชั่วเวลานั้นก็มีแสงศักดิ์สิทธิ์ที่