ที่ทรงพลังเข้าโจมตีงั้นเหรอ!?”
“รีบสืบหาเร็ว!”
เหล่าผู้ปลุกพลังแต่ละคนทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้าและปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณของตนออกไปเพื่อตรวจดูสถานการณ์รอบฐาน
แม้แต่ทางฝั่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์เองก็ยังตระหนักได้ถึงสถานการณ์นี้และส่งผู้ปลุกพลังออกไปตรวจสอบด้วยเช่นกัน การที่ทั่วทั้งฐานปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายของพลังที่แข็งแกร่งนี้ มันชี้ให้เห็นชัดว่าพวกเขากำลังเริ่มตรวจสอบกันแล้ว
เห็นเช่นนั้น
ฉู่โม่วก็รีบส่งข้อความเสียงของเขาไปให้ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเพื่ออธิบายเรื่องทุกอย่างให้ฟังทันที
ภายหลังจากที่รู้เรื่องแล้ว กลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งก็ค่อย ๆ จางหายไป
คำอธิบายของฉู่โม่วทำให้ราชันย์เทพยุทธ์หลายคนเบาใจลง ในขณะที่มันก็ทำให้ราชันย์เทพยุทธ์อีกหลายคนตกอยู่ในความเงียบงันด้วย
…
ในห้องใต้หลังคา
มองไปยังสภาพของฐานที่หวนคืนสู่ความปกติ ฉู่โม่วก็อดที่จะถอนหายใจโล่งอกไม่ได้
“เป็นธนูที่ดีเลยใช่หรือเปล่า? คุณพอใจไหม?”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“เป็นธนูที่วิเศษมากเลยครับ! ผมปลื้มสุด ๆ เลย!”
ฉู่โม่วอุทาน
ทว่าเขาก็เปลี่ยนบทสนทนาไปโดยพลัน
“แต่ก็… ยังรู้สึกว่าธนูคันนี้ขาดอะไรบางอย่างไปอยู่…”
พูดเช่นนั้น
เขาก็ค่อย ๆ เหลือบตาขึ้นไปมองยังราชันย์เทพยุทธ์สาว
“ฉันว่าแล้วคุณต้องรู้สึก สมกับที่มีพรสวรรค์!”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งเม้มปากและยกยิ้มขึ้นมา เธอกวาดมือกลางอากาศ ทันใดนั้นลูกธนูหนึ่