วันรุ่งขึ้นหลังจากงานเลี้ยงตระกูลเซียวสิ้นสุดลง
ณ เมืองหลวงแห่งแคว้นจักรพรรดิอันห่างไกล
ในราชสำนักอันหรูหราที่รวบรวมสายตานับไม่ถ้วนจากทั่วหล้า แต่ยากที่จะข้ามผ่านกำแพงสูงหลายชั้นเข้าไปได้ ตำหนักโบราณที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีดูสง่างามและเคร่งขรึม พรมยาวลายเกล็ดมังกรสีทองเข้มที่รุ่งโรจน์ปูจากหน้าประตูไปยังหน้าบันไดบัลลังก์มังกรในตำหนัก ขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ที่อาศัยอยู่ในแคว้นจักรพรรดิยืนเรียงรายอยู่สองข้าง
ตั้งแต่ขุนนางตำแหน่งเจิ้งอี้ผิ่นอย่างมหาเสนา มหาราชครู และอัครมหาเสนาบดี ไปจนถึงขุนนางตำแหน่งฉงซื่อผิ่นอย่างเจ้าเมืองแต่ละแคว้นและอธิการบดีราชบัณฑิตยสถาน ล้วนแต่ก้มหน้ายืนนิ่งอย่างเคร่งขรึม ขุนนางตำแหน่งต่ำที่สุดในที่แห่งนี้ เพียงกระทืบเท้าครั้งเดียวก็สามารถทำให้ชาวบ้านในเมืองหลายสิบเมืองต้องก้มหัวคลานได้
“ขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาท”
“ตระกูลเซียวแห่งเมืองมรกต เมื่อวานได้จัดงานเลี้ยงตระกูล ประกาศไปทั่วหล้า ตระกูลเซียวได้มีเทพบุตรปรากฏขึ้นอีกคนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
มีคนกราบทูลอย่างเคารพ
เงาร่างที่ยิ่งใหญ่ซึ่งประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรที่ลึกซึ้งและสง่างามนั้น ถึงแม้พระพักตร์จะดูชราภาพ แต่พระวรกายกลับสูงโปร่ง สวมฉล