ุกพลังที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทพยุทธ์เท่านั้นที่สามารถบ่มเพาะมันได้”
ฉู่โม่วอธิบาย
“จุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทพยุทธ์เท่านั้นที่สามารถบ่มเพาะได้งั้น้เหรอ?”
“ที่รัก นายไปถึงจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทพยุทธ์แล้วเหรอ?”
เฉินซีเวยรู้สึกประหลาดใจ
“ยังหรอก แต่ฉันก็ต้องทำให้ได้” ฉู่โม่วกล่าว
เมื่อเห็นว่าเฉินซีเวยยังคงรู้สึกงงงวยอยู่ ดังนั้นฉู่โม่วจึงอธิบายสั้น ๆ
หลังจากฟังคำพูดของฉู่โม่วแล้ว เฉินซีเวยก็ตระหนักได้ในทันที
จากนั้นเธอก็พูดด้วยรอยยิ้ม “แม้ว่านายยังไม่ได้เป็นราชันย์เทพยุทธ์ แต่ฉันเชื่อว่านายจะสามารถไปถึงขั้นนั้นได้ในไม่ช้า และนั่นไม่ใช่ขีดจำกัดของนายอย่างแน่นอน!”
“เธอมั่นใจในตัวฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฉู่โม่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอน ฉันเชื่ออย่างนั้นมาตลอด และไม่เคยสงสัยเลย”
เธอจ้องไปที่ฉู่โม่วและพูดเบา ๆ
แม้ว่าน้ำเสียงจะไม่เคร่งขรึม แต่ก็มีความเชื่อใจที่หนักแน่น ทำให้ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะหวั่นไหวเมื่อเขาได้ยินมัน
“ฉันโชคดีแค่ไหนที่ได้พบกับภรรยาที่มอบทั้งกายและใจให้ฉัน!”
ฉู่โม่วถอนหายใจกับตัวเองแล้วกอดเฉินซีเวยไว้ในอ้อมแขนของเขา
ทั้งสองมอบความอบอุ่นให้กันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วฉู่โม่วก็นึกอะไรบางอย่างได้ในทันที ก่อนจะรีบถามว่า “เดี๋ยวก่อน ฉันปลุกเธอจากการฝึกฝนเมื่อกี้นี้ มันไม่ส่งผลกระทบต่อเธอเหรอ?”
เมื่อผู้ปลุกพลังกำลังบ่มเพาะ มันสำคัญมาก หากเกิดการแทรกแซงก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเ