วิญญาณ ทักษะวรยุทธ์ และทรัพยากรการฝึกฝน
แต่รางวัลสำหรับที่หนึ่งนั้นล้ำค่าที่สุด และจะลดหลั่นลงไปตามลำดับ
ทางด้านหลี่เสวียนจีกับหลี่โย่วเวยนั้นอยู่อันดับที่เก้าและสิบ ถึงแม้รางวัลที่ได้รับจะน้อยกว่าอันดับต้น ๆ ไปมาก แต่ก็ยังมีมูลค่าเทียบเท่าหินปฐมกาลระดับต่ำห้าแสนล้านก้อน พร้อมกับยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับหกอีกคนละชิ้น
หลังจากได้รับรางวัลเหล่านี้เสร็จ ทั้งสองก็มีความสุขมาก
“อาจารย์!”
สองพี่น้องตรงดิ่งมาหาฉู่โม่วทันที ด้วยสีหน้าตื่นเต้นราวกับอยากได้รับคำชม
“พวกเธอทำได้เยี่ยมมาก!”
ฉู่โม่วยิ้มให้และเอ่ยชมเชยผลงานของพวกเขา
เมื่อเป็นไปตามที่คาดไว้
ทั้งคู่ก็จับมือเต้นกันอย่างสนุกสนาน
“ไปเถอะ เรากลับกันได้แล้ว”
ฉู่โม่วยังคงยิ้มไม่หุบ
ต่อจากนั้น
เมื่อเขากำลังจะพาเฉินซีเวยและศิษย์ทั้งสองคนกลับคฤหาสน์
เอ๊ะ!
ทันใดนั้น
ปรากฏร่างที่เปล่งแสงอันเจิดจ้า พร่างพราวถึงขีดสุด ลอยลงมาอย่างช้า ๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
ก่อนที่แสงสีทองจะค่อย ๆ สลัวหายไปต่อหน้าทุกคน เผยให้เห็นร่างของผู้ปลุกพลังวัยกลางคนบุคลิกสูงโปร่งผิวขาวใสราวกับหยก เปล่งประกายแวววาวออกมาจาง ๆ แม้แต่ปอยผมก็ยังมีสีทอง ทำให้คนทั้งคนดูคล้ายพระอาทิตย์ดวงโตที่ส่องแสงเจิดจรัส
“ราชันย์เทพยุทธ์ชิงหง!”
เมื่อเห็นร่างของท่านนี้ เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับเก้าดาวที่อยู่รายรอบต่างรีบโค้งคำนับอย่างฉับพลัน และแสดงออกด้วยท่าทีนอบน้อม
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงหง
คือหน