่ครับ!”
ฉู่โม่วเอ่ย “ไม่ว่าคุณมีมันเท่าไร ผมจะซื้อทั้งหมด!”
“ตอนนี้ฉันยังไม่มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็งหรอกนะ”
“เดี๋ยวนะ หมายความว่าไง”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
ในเมื่อไม่มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็งอยู่กับตัว แล้วจะมาเสนอขายทำไมกัน หรือคนผู้นี้ตั้งใจจะเย้ยหยัน
สิ้นคำถาม ราชันย์ยุทธ์หยวนเจินเริ่มอธิบาย “จริงอยู่ที่ฉันไม่มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็ง แต่ฉันรู้ว่ารังของอสรพิษเหมันต์อยู่ที่ไหน จากที่ฉันสังเกตมา มันมีอยู่อย่างน้อยก็เป็นร้อยกว่าตัว จะแอบไปเก็บผลึกหรือจะฆ่ามันไปเลยตรง ๆ คุณก็ได้มันเท่าที่คุณอยากจะได้นั่นแหละ!”
“เหตุผลที่ฉันต้องการพบคุณก็เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ตามหาหยาดน้ำค้างเยือกแข็ง นี่เป็นโอกาสที่ดี ทำไมเราไม่มาเป็นหุ้นส่วนกันล่ะ เจ็ดสิบสามสิบ ฉันเจ็ดคุณสาม คิดว่ายังไงล่ะ”
ฉู่โม่วไม่อยากเชื่อเลยว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดเช่นนั้น
แต่สิ่งที่เขาไม่อาจคาดคิดก็คือ
อีกฝ่ายค้นพบรังขนาดใหญ่ของอสรพิษเหมันต์งั้นหรือ
นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
คิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉู่โม่วก็พูดขึ้น “พอแบ่งกำไรกันแล้ว คุณตั้งใจจะทำอะไรต่อ”
“ก็ต้องเอาเงินไปซื้อทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนต่อไปน่ะสิ”
ราชันย์ยุทธ์หยวนเจินกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
“คุณได้ประเมินไว้หรือยังว่าถ้าเราฆ่างูพวกนั้นจนหมดรัง แล้วเอาหยาดน้ำค้างเยือกแข็งมาขาย เราจะได้หินปฐมกาลเท่าไร”
ฉู่โม่วถามข้อมูล
“ที่คิด ๆ ไว้ก็เป็นหินปฐมกาลระดับต่ำอย่างน้อยหกแสนล้านก้อน… เอ่อ… ห้าแสนล