ว่าฉู่โม่วเองก็จะรู้จักคนคนนี้เสียด้วย ดังนั้นเขาจึงยิ้มตอบ “ราชันย์เทพยุทธ์เมฆาครามก็พูดเกินไปครับ ครั้งนี้ผมมาที่นี่เพราะจะฝึกฝนต่อน่ะครับ แต่มันขาดวัตถุดิบบางอย่าง ที่นี่มีสมบัติแห่งโลกที่ชื่อว่า ‘หยาดน้ำค้างเยือกแข็ง’ เก็บไว้บ้างไหมครับ?”
“โฮ่ หยาดน้ำค้างเยือกแข็งงั้นเหรอ?”
ราชันย์เทพยุทธ์เมฆาครามขมวดคิ้วช้า ๆ เขาครุ่นคิดก่อนจะพูด “รอฉันสักครู่นะผู้สืบทอดฉู่”
พูดเช่นนั้นแล้ว
เขาก็หยิบเอาสมุดหยกเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ผู้สืบทอดฉู่มาได้ถูกเวลาพอดีเลย มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็งถูกนำมาใส่ไว้ในคลังแสงที่นี่เมื่อสามวันก่อน แต่จำนวนของมันค่อนข้างน้อยนัก มีเพียงสามขวดเท่านั้น”
สามขวดนี่มันนับว่าน้อยจริง ๆ ด้วย
อย่างมากก็น่าจะกลั่นยาย้อนชะตาได้เพียงเจ็ดไม่ก็แปดหม้อเท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากความพึงพอใจของฉู่โม่วมาก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
เพราะงั้นฉู่โม่วจึงไม่รอช้าที่จะแลกเอาหยาดน้ำค้างเยือกแข็งเหล่านี้มาเก็บไว้
“หยาดน้ำค้างเยือกแข็งใช้ 600 แต้มบุญต่อหนึ่งขวด ดังนั้นแล้วทั้งสามขวดนี้ คุณต้องใช้ 1,800 แต้มบุญ!” ราชันย์เทพยุทธ์เมฆาครามพูด
ภายใต้ชื่อของฉู่โม่วนั้นมีแต้มบุญถูกสะสมไว้กว่าหมื่นแต้ม ดังนั้นแล้วนำมาใช้เพียง 1,800 แต้มบุญนั้นแทบไม่รู้สึกถึงความเสียดายอะไรเลย
ทันทีที่ 1,800 แต้มถูกโอนออกไป เขาก็รับขวดหยาดน้ำค้างเยือกแข็งทั้งสามมา
หลังจาก