มีท่าทีเหมือนรีบร้อนอยู่ตลอดเวลา และพวกเขายังมีบรรยากาศที่เย็นยะเยือก ดูมีพลังอย่างมาก
นอกจากนี้
ป้อมปราการทั้งหมดเต็มไปด้วยซากศพของสัตว์อสูรและอาวุธบางอย่างที่ใช้สำหรับสงครามและการสังหาร แม้แต่พื้นที่นั่งเล่นก็เป็นสถานที่สำหรับทำอาวุธ ซ่อมแซมอุปกรณ์ และปรุงยาเม็ด
ไม่เห็นสถานบันเทิงใด ๆ
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น เจียงฮ่าวก็กล่าวว่า “คุณฉู่โม่วน่าจะมาที่แนวป้องกันชายฝั่งเป็นครั้งแรกสินะ สถานที่นี้เป็นป้อมปราการศึก ในแนวป้องกันชายฝั่งจะมีอยู่ทุก ๆ ห้าร้อยกิโลเมตร ส่วนใหญ่เพื่อจัดหาเสบียงและสนับสนุนผู้ปลุกพลังที่ประจำการในแนวป้องกัน!”
“เรายังคงเป็นป้อมปราการศึกระดับต่ำสุด สามารถรองรับคนได้มากสุดเพียงพันคนเท่านั้น”
“แน่นอนว่า… ภายใต้สถานการณ์ปกติ เราไม่สามารถรับผู้ปลุกพลังถึงพันคนได้หรอก แต่ในตอนนี้ ในป้อมปราการศึกของเรามีผู้ปลุกพลังมากกว่าพันสามร้อยคน ซึ่งมีหน้าที่ผลัดเวรรับผิดชอบแนวป้องกันในทุก ๆ วัน ทั้งป้อมปราการแห่งนี้ยาวเพียงห้าร้อยกิโลเมตรเท่านั้น!”
“นอกเหนือจากนี้ ยังมีป้อมปราการศึกระดับหนึ่งแสนคนและสุดยอดป้อมปราการศึกระดับสิบล้านคนด้วย หากเปรียบเทียบกันแล้ว ป้อมปราการเหล่านี้คืออสูรกายที่แท้จริง ความแข็งแกร่งนั้นถือเป็นกองกำลังหลักในการป้องกันชายฝั่งจากสัตว์อสูรเลยทีเดียว”
เจียงฮ่าวพูดแนะนำป้อมปราการทั้งหมด
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉู่โม่วก็ตระหนักได้ในทันที