กล่าวคำลาและจากไป
เขามุ่งหน้าตรงไปยังตำหนักลับแห่งสวรรค์เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ทางนี้ต่อ
…
เมื่อฉู่โม่วกับเฉินซีเวยมาถึงตำหนักลับแห่งสวรรค์
พวกเขาก็พบว่ามีผู้คนมากมายอยู่ที่นี่ ผู้ปลุกพลังมากมายเดินเข้าออกที่นี่กันแทบตลอดเวลา ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ไม่น้อยหน้าใครเลยด้วย ผู้ปลุกพลังภายในนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นปรมาจารย์ยุทธ์
แม้ว่าฉู่โม่วจะอยู่ในส่วนลึกที่สุดของตำหนักลับแห่งสวรรค์ เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังที่สูงถึงขั้นนายพลเมืองและจ้าวยุทธ์ปะปนอยู่ภายในกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย
สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉู่โม่วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เขามีผู้ปลุกพลังมากมายอยู่ภายใต้ชื่อของตำหนักลับแห่งสวรรค์
นั่นแสดงว่าที่นี่ไม่ได้เสื่อมโทรมลงเลยหลังจากที่เขาจากไป กลับกันมันยังรุ่งเรืองมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะชื่อเสียงที่หลงเหลือของเขา รวมถึงที่นี่ไม่โดนพันธมิตรหอการค้าหยกแก้วและสามตระกูลใหญ่คอยกดดัน เลยไม่มีปัญหาอะไรให้น่าห่วง แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่าความพยายามของช่ายเฟิงเองก็ไม่สามารถมองข้ามได้
คิดได้ดังนั้น
เขาก็ตัดสินใจปล่อยกลิ่นอายบางส่วนออกไป
จากส่วนที่ลึกที่สุดของตำหนักลับแห่งสวรรค์ กลิ่นอายความแข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์ได้กลายเป็นเปลวเพลิงที่กระตุ้นให้ระบบรักษาความปลอดภัยในร่างมนุษย์ตื่นขึ้นมาและพุ่งทะยานไปบนฟากฟ้า
“ใครกัน! ใครบังอาจกล้ามาสอดส่องตำหนักลับแห่งสวรรค์ที่ฉันปกปักษ์รักษา