ในขณะที่ผู้ปลุกพลังรอบ ๆ ตัวเธอก็เป็นปรมาจารย์ยุทธ์และนายพลเมืองระดับกลางกัน แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยจำนวนที่มีน้อยกว่า เมื่อต้องเจอกับสัตว์อสูรจำนวนมากที่ดุร้ายขนาดนี้ การจะสู้ให้ชนะทำได้ยากกว่าการกลายเป็นเหยื่ออันโอชะยิ่งนัก
แต่โชคยังดีที่พวกเขามีค่ายกลบางอย่างที่พอจะช่วยลดความเสียหายได้บ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่สามารถยืนหยัดมาได้จนถึงตอนนี้
การต่อสู้ที่ดูจะไม่เป็นต่อของฝั่งผู้ปลุกพลังนั้นดำเนินต่อมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งร่างร่างหนึ่งทะยานออกมาจากป่าลึกที่อยู่ไม่ไกล
เจ้าของร่างนี้เป็นชายวัยกลางคน
ดูจากท่าทางของเขาแล้วดูจะเป็นคนใจเย็น แต่ทว่าในตอนนี้สีหน้าของเขากลับแสดงความวิตกกังวลอยู่ เขากำลังวิ่งพร้อมกับคอยหันกลับไปมองข้างหลังอยู่เรื่อย ๆ ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวกำลังไล่ตามเขามาติด ๆ
ชายวัยกลางคนคนนั้นเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ หมัวซานซานพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “นายหญิง ผมได้สิ่งนั้นมาอยู่ในมือแล้วครับ… แต่เมื่อตอนที่ผมนำสิ่งนี้ออกมา ผมเผอิญไปปลุกสัตว์อสูรอีกตนหนึ่งเข้า เพราะงั้นตอนนี้รีบถอนกำลังเถอะครับ!”
พูดเช่นนั้น
เขาก็หยิบเอากล่องหยกใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเก็บของและส่งมันให้หมัวซานซานด้วย
“อะไรนะ!?”
“ทุกคน ถอนกำลัง!”
สีหน้าของหมัวซานซานเองก็เปลี่ยนไปในทันที หลังจากที่รู้ว่ามีสัตว์อสูรอีกตนตื่นจากการจำศีล เธอไม่แม้แต่จะเปิดดูสิ่งที่อยู่ในกล่องหยกนี้ และเก็บลงไปในกระเป๋