การณ์ด้วยตาตัวเองต่างก็เล่าเรื่องราวด้วยความตื่นตาตื่นใจ
มากเสียจนผู้ปลุกพลังที่มาถึงทีหลังต่างก็มองไปยังฉู่โม่วด้วยความตกตะลึง
แม้ว่าทุกคนจะมั่นใจในพลังของตัวเอง
แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างระหว่างราชันย์เทพยุทธ์ด้วยกันเอง
เช่นเดียวกันกับผู้คนเหล่านี้ พวกเขาต่างก็เป็นอัจฉริยะจากฐานของตัวเอง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า ลู่เฟิ่งชิง เย่ควง และแม้แต่อวี่เฟิง พวกเขาก็เทียบไม่ได้แม้แต่น้อย
ทว่า…
เมื่ออยู่ต่อหน้าอวี่เฟิง พวกเขาก็ยังคงคิดว่าวันหนึ่งจะตามเขาได้ทัน
แต่เมื่อยืนอยู่หน้าฉู่โม่ว พวกเขาไม่มีความคิดนั้นเลยสักนิด
มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำได้
ชื่นชม!
ด้วยความคิดเช่นนี้ ผู้ปลุกพลังกลุ่มหนึ่งคอยเหลือบมองฉู่โม่วเป็นครั้งคราวขณะที่ฝึกฝน
แต่ฉู่โม่วก็ดูจะไม่สังเกตเห็นและจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนของตัวเอง
เวลาเดินผ่านไป
ในพริบตาเดียว… ก็ผ่านไปสี่วัน
วันนี้
ร่างกายของฉู่โม่วพลันปลดปล่อยรัศมีส่องสว่างออกมา ส่งสายลมรุนแรงออกไปโดยรอบราวกับพายุโหมกระหน่ำ
ผู้ปลุกพลังมากมายที่ฝึกฝนอยู่
ต่างสัมผัสได้ถึงรัศมีนี้ และเปลี่ยนสีหน้าไปทันที
“อีกแล้วเหรอ?”
“ราชันย์เทพยุทธ์ฉู่ จะฝึกฝนก็ได้แต่ช่วยหยุดส่งเสียงดังได้ไหม?”
พวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ร่างกายกลับตอบสนองเร็วมาก พวกเขารีบหยุดฝึกฝน และหนีไปจากที่นี่เพื่อหลบหลีกคลื่นสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัว
แต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อพายุนี้กำลังจะมาถึงตัว มันก็จางหายไป
กลับกลายเป็นสายลมแ