ัดกระบี่อีกครั้ง
พลังมหาศาลจากคมกระบี่ก่อตัวดังสว่านซึ่งยาวราวสามร้อยเมตร ทะลุทะลวงผ่านร่างของสัตว์อสูรออกไป
เสียงดังกึกก้องไปทั่ว สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนถูกตัดหัว ตัวแล้วตัวเล่า ฝูงสัตว์อสูรซึ่งเคยแน่นขนัดบางตาลงในทันที
ตอนนั้นเอง ฉู่โม่วพลันมองเห็นลำแสงสีม่วงพุ่งตรงเข้าสู่ร่างกายของเขาอีกครั้ง
เพียงอึดใจ
ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งสายฟ้าที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
“อย่างที่คิดเลย!”
ภาพเบื้องหน้าทำให้ฉู่โม่วอดตื่นเต้นไม่ได้
เขาทอดสายตาที่เจือความตื่นเต้นไปยังกลุ่มของสัตว์อสูร มันเป็นสายตาที่บ่งบอกว่า พวกมันก็เป็นแค่เพียงสิ่งที่ใช้เพิ่มค่าประสบการณ์สำหรับเจตจำนงแห่งสายฟ้าเท่านั้น!
“เข้ามาอีกเซ่!”
“ตายซะ!”
ฉู่โม่วทุ่มพลังโจมตีเข้าใส่เหล่าสัตว์อสูรโดยไม่ลังเล
ทุกคมกระบี่ที่ตวัดลงไป หัวของสัตว์อสูรจะขาดสะบั้นลงเสมอ
แต่ยังไงสัตว์อสูรพวกนี้ก็ยังมีจำนวนมากเกินไป
เพียงไม่นาน
พวกมันกระโจนเข้าประชิดฉู่โม่ว
พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่กลัวตาย ไม่สนว่าจะบาดเจ็บหรือล้มตาย ถ้ายังมีลมหายใจ พวกมันก็พร้อมจะโจมตีฉู่โม่วเท่าที่กำลังยังไหว
“ช้าไปแล้ว!”
ฉู่โม่วหัวเสียเล็กน้อย เขาเลิกล้มความตั้งใจที่จะใช้กระบี่เพียงอย่างเดียว แต่หันมาใช้กระบวนท่าอัสนีบาตคงกระพันแทน เมื่อเขาคิดที่จะขยับ กระแสไฟฟ้านับไม่ถ้วนก็ถูกปลดปล่อยจากร่างกาย นั่นทำให้เขาเคลื่อนที่ได้ไกลราวหลายสิบกิโลเมตรในพริบตา ในทุกที่ที่เขาย่างไปถึง