แน่นอนว่าแม้จะมีบางแห่งที่ไม่เคยผ่านมาก่อน คนเหล่านี้ก็จะให้ฉู่โม่วออกไปสำรวจทางก่อนอยู่บ่อยครั้ง
นั่นก็เพราะ หากเส้นทางนั้นมีอุปสรรครออยู่ และถ้าคนที่ไปเป็นราชันย์ยุทธ์คนอื่น ต่อให้คนคนนั้นจะมีระดับสูงสุดแล้วในขั้นก็อาจจะยากที่จะหนีออกมา ผิดกับฉู่โม่วที่ยังสามารถหนีออกมาได้อย่างราบรื่น
สิ่งนี้เองก็ทำให้ผู้ปลุกพลังจากสำนักเมฆาม่วงต่างสงสัยในตัวฉู่โม่วมากยิ่งขึ้น เพียงแต่พวกเขาไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมาเท่านั้น
ไม่ว่าฉู่โม่วจะเก็บซ่อนความแข็งแกร่งทั้งหมดเอาไว้หรือไม่ ยังไงเสียพวกเขาก็มีราชันย์เทพยุทธ์ถึงห้าคนกับนายน้อยแห่งสำนักเมฆาม่วง ดังนั้นแล้วต่อให้ฉู่โม่วจะหันเขี้ยวเล็บใส่ พวกเขาก็ไม่ต้องกลัวแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้ เวลาจึงดำเนินไปอีกหนึ่งวันกว่าจะมาพบทะเลสาบขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ไม่สิ… เรียกทะเลสาบคงจะไม่ได้แล้ว
สถานที่แห่งนี้… มีขนาดใหญ่ไม่ต่างอะไรกับมหาสมุทรเลย!
ขนาดของมัน
น่าจะใกล้เคียงกับมหาสมุทรแล้ว เป็นมหาสมุทรที่มีสายฟ้าสีเหลืองทองกระจายตัวไปทั่วราวกับเป็นแผ่นปกคลุมผืนน้ำเอาไว้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็พบแต่กระแสไฟฟ้าอัดแน่นเต็มไปหมด!
“จากบันทึก ที่นี่แหละที่น่าจะเป็นสถานที่ที่มีดอกผลึกแก้วอัสนี!”
นายน้อยแห่งสำนักเมฆาม่วงหยุดเดินและพูดด้วยเสียงเบา
…
…