ม่วงจะต้องจ่ายมากถึงสามล้านล้านหินปฐมกาลเลยสำหรับการเดินทางครั้งนี้
ต่อให้เป็นสำนักขนาดใหญ่ แต่การใช้หินปฐมกาลระดับนี้กับคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นก็ถือว่าน่าเสียดายอยู่!
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่ว่าจะแบ่งสมบัติแห่งโลกและสวรรค์ให้อีก… ข้อเสนอนี้ดูจะเป็นการล่อลวงเสียมากกว่า
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้ปลุกพลังมากมายที่ยอมเขาร่วมกับกลุ่มคนพวกนี้
จากการคาดเดาของฉู่โม่ว แสดงว่า… คนเหล่านี้… คงต้องเลือกระหว่างเข้าร่วมกลุ่ม กับถูกสังหารแน่ ๆ
แต่….
ดูจากสีหน้าที่แน่วแน่ของพวกผู้อาวุโสในสำนัก บางทีพวกเขาทั้งหมดนี้อาจจะเจออะไรดี ๆ ในเขตแดนอัสนีบาตคำรนแล้วก็เป็นได้
คิดได้แบบนั้น
ฉู่โม่วเองก็อยากจะตามไปดูด้วยเช่นกัน ยังไงเสียเขาก็เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก มีคนนำทางย่อมดีกว่าไปคนเดียวอยู่แล้ว บางทีไปกับคนพวกนี้ เขาอาจจะเจออะไรมากกว่าเดินสำรวจคนเดียวเป็นไหน ๆ
เมื่อสรุปได้แล้ว
ฉู่โม่วก็ตอบกลับไปด้วยคำถาม “จริงเหรอครับ?”
“แน่นอน ฉันเป็นถึงผู้อาวุโสแห่งสำนักเมฆาม่วงเลยนะ ทำไมนายถึงคิดว่าฉันต้องหลอกลวงนายด้วยล่ะ เจ้าหนุ่มราชันย์ยุทธ์ตัวจ้อย” ราชันย์เทพยุทธ์ผู้มาสอบถามพูดด้วยท่าทียิ่งใหญ่
“ถ้างั้นผมเข้าร่วมทีมด้วย!”
ฉู่โม่วจงใจทำให้ดูเหมือนว่าตนเองกำลังดีใจ
เห็นแบบนั้นแล้ว ราชันย์เทพยุทธ์ก็เย้ยหยันฉู่โม่วขึ้นมาในใจแม้ว่าสีหน้าของเขาจะนิ่งเฉยเหมือนเดิม เขาพูดต่อ “หากนายคิดจะเข้าร่วมละก็ นายต้องถูกทดสอบความแข็งแกร่งเ