แม้ว่าจะเป็นพรสวรรค์ที่อยู่ในระดับไม่ธรรมดา แต่มันก็เอื้อประโยชน์ให้เขาน้อยลงเรื่อย ๆ
ฉู่โม่วคิดว่าควรจะใช้โอกาสนี้ในการค้นหาสัตว์อสูรที่ทรงพลัง และเพิ่มระดับพลังพรสวรรค์ทั้งห้าให้อยู่ในระดับดาราลับฟ้า แล้วจึงค่อยทำการหลอมรวม
‘ถึงอย่างนั้น…’
‘สัตว์อสูรที่มีพลังระดับดาราลับฟ้าได้อย่างนั้นต้องอยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับสูง หรือไม่ก็ราชันย์เทพยุทธ์ ด้วยความแข็งแกร่งที่มีในตอนนี้อาจจะยากแก่การสืบหาร่องรอยเจ้าพวกนั้น’
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
หลังจากคิดเช่นนั้น เขาจึงเปิดกำไลข้อมือเพื่อโทรหาหยางเซียว
ทันในนั้นเอง
อีกฝ่ายหนึ่งกดรับสาย
“คุณฉู่โม่ว มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
เสียงของหยางเซียวดังขึ้นที่ปลายสาย
ชายหนุ่มบอกถึงความต้องการที่จะตามหาสัตว์อสูรแห่งธาตุทั้งห้าที่ทรงพลัง
หลังจากฟังความประสงค์ดังกล่าว หยางเซียวก็พูดขึ้น “คุณฉู่โม่ว ที่โถงรางวัลในวิหารหลักราชันย์เทพยุทธ์มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังอยู่นะครับ!”
“โถงรางวัลหรือ”
ฉู่โม่วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“นี่คุณไม่ทราบหรอกเหรอครับ”
หยางเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มอธิบาย “โถงรางวัลเป็นรายการประลองที่จัดขึ้นโดยวิหารราชันย์เทพยุทธ์ครับ โดยจะมีเป้าหมายเป็นสัตว์อสูรทรงพลังบางตัวที่เกิดขึ้นใกล้ ๆ ฐาน”
“จะเป็นผู้ปลุกพลังภายนอกหรือภายในวิหารก็สามารถเข้าร่วมได้ครับ เมื่อสิ้นภารกิจจะได้รับรางวัลเป็นแต้มพิเศษ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็คิดได้ทันที
“เข้าใจแล้