้ได้ยังไงเนี่ย”
เขาถามอย่างประหลาดใจ
เพราะเพิ่งจะฝึกสำเร็จไปไม่นาน และมีเพียงราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเท่านั้นที่รู้อย่างลับ ๆ ดังนั้นแล้วเป็นที่แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำ ถ้าเช่นนั้นเฉินซีเวยรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
หญิงสาวคลี่ยิ้ม “ไม่นานมานี้ ฉันเห็นว่าในวิหารราชันย์เทพยุทธ์มีบางอย่างที่ทำให้ฐานทั้งฐานสั่นสะเทือนน่ะสิ จะมีใครที่ไหนที่สร้างความวุ่นวายใหญ่โตแบบนี้ได้นอกจากนายล่ะ”
ได้ยินเช่นนั้น
รอยยิ้มก็ปรากฏบนหน้าผู้เป็นสามี เขาโอบเธอเข้าไว้ในอ้อมแขนอุ่น “ภรรยาของฉันนี่ฉลาดจริง ๆ !”
อ้อมกอดละมุนชวนให้ใบหน้าเฉินซีเวยขึ้นสีแดงระเรื่อ
แม้ว่าฉู่โม่วจะถือเป็นสามีในอนาคตมานานแล้ว
กระนั้นท่าทีชิดใกล้เพียงเล็กน้อยก็ทำเอาใจสั่นสะท้านได้ทุกครั้ง
โชคดีหน่อยที่เขารับรู้อาการของคนข้างตัวเช่นกัน
เหตุนี้จึงรีบผละตัวออกโดยเร็ว ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความสุข “วันนี้เป็นวันดี เพราะงั้นฉันจะลงมือทำอาหารชุดใหญ่ให้เธอกินเอง”
“ขอบคุณค่ะที่รัก”
เฉินซีเวยยังคงมีรอยยิ้มละไม
ผ่านไปครู่ใหญ่
ชายหนุ่มกำลังวุ่นอยู่ในครัว เขาจับมีดและตะหลิวคล้ายเป็นสิ่งที่ชำนาญยิ่ง ในไม่ช้าอาหารรสเลิศแสนตระการตาก็ถูกจัดวางอย่างเรียบร้อย
บนโต๊ะอาหาร
เฉินซีเวยถามเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัย ซึ่งเขาเองก็เล่าให้เธอฟังในทุก ๆ เรื่อง แม้แต่ตอนที่ตัดหัวโจวหยงกับโจวอวิ๋น โดยเขาดูจะเน้นพูดประเด็น